เจาะใจ แต่หัวใจยังเต้น…เทปของดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ เมื่อคืน ได้ดูกันไหมคะ ; )
คือบีไม่ค่อยได้ดูทีวี พอดี สุดที่รักบีไม่อยู่เดินทาง ไม่มีอะไรทำ ก็เลยเปิดทีวีดู แล้วมาเจอรายการเจาะใจ เทป ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ
โห ดูเทปนี้แล้วรู้สึกมีกำลังใจในการใช้ชีวิตอีกมากมายเลยนะคะ บางเรื่อง เราก็ลืมๆมันไป จนมีอะไรหรือใครสักอย่างมาสะกิดเตือนให้นึกถึง
ด้วยทัศนคติอันดีเลิศ ความพยายามแบบไม่ขีดสุดของดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ และคุณแม่ ดูแล้ว ขนลุกด้วยความตื้นตันไปกับความสำเร็จของดร.กุลชาติ และความสุขของคุณแม่และครอบครัวนี้ไปด้วยเลย
เทปนี้มันดีมาก จนบีต้องทวิตไปขอบคุณรายการเจาะใจน่ะ ว่าขอบคุณที่ทำอะไรดีๆแบบนี้ให้คนดูกัน เป็นแรงบันดาลใจทีดีมากๆๆ ถึงมากที่สุด
หากใครก็ตามที่คิดว่าชีวิตตัวเองแย่ ไม่มีทางดีขึ้น รู้สึกชีวิตจมอยู่กับปัญหา ลองดูเทปเจาะใจย้อนหลัง หัวใจยังเต้นดูได้นะคะ มองออกนอกตัวเองบ้าง บางที เราจะได้ข้อคิดและกำลังใจดีๆมากมาย ดีกว่าจมเจ่าอยู่กับปัญหาของตัวเอง ซึ่งบางที ปัญหาเรามันไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเลย เพียงแต่มันเป็นปัญหาของเรา และเราก็มองแต่ปัญหาของเรา ปัญหามันเลยมักจะใหญ่เกินจริงเสมอ สู้ๆนะคะ ทุกปัญหามีทางออกค่ะ ; )
ปล. ใครดูแล้วคิดแบบบีไหมคะว่า ดร.กุลชาติ ไม่ได้หน้าตาหล่อเหลาอะไรเลย แต่ด๊อกเตอร์ดูหล่อขึ้นไปเรื่อยๆๆๆๆจากทุกคำพูด ทุกความคิด ทุกความรักที่มีต่อครอบครัว เห็นแล้วอยากจะติดต่อไปหาคู่ให้ด๊อกเตอร์เลยค่ะ หล่อๆทั้งกายและใจแบบนี้ บีล่ะอยากจะหาคู่ให้ : )
บีค่า ; )
เอารูปที่วันนี้บีไปเป็น guest lecturer เรื่องขอบเขตความรักของวัยรุ่นของโรงเรียนกุณณฑีมาฝากค่ะ
วันนี้ที่บีไปพูดเป็นน้องๆม.1 เหนื่อยอย่างแรงงง เพราะน้องๆพูดแข่งกับบี บางทีก็ตอบพร้อมกัน 2-300 ร้อยคนอ่ะ โอยยยย โดนเด็กดูดพลังอย่างแรงวันนี้ เพลียเลยยอ่ะ แต่ว่าก็ยังสู้ๆนะคะ บีมีต้องเข้าไปอีกตั้ง 4 วันค่ะ
แต่สู้ๆค่ะ อยากให้น้องๆได้ฟังเรื่องราวประสบการณ์ชีวิิตและเลือกเดินทางที่ถูกต้อง คือ อย่าริรักในวัยเรียน ; )
บีจ้า

So why then am I taking your time? Because I believe the more good people and like minded individuals you can collect in your life, the more happy and successful you will become. If I didn’t see that same philosophy in you I’d not take your time.
นี่คือหนึ่งตัวอย่างของอีเมลล์ที่บีได้รับนะคะ บีได้อีเมลล์แนวนี้เยอะอยู่นะคะ ทั้งจากคนไทยและต่างชาติ : )
บางที บีตอบไม่ทันเลยค่ะ
แต่ก็ดีใจนะคะ ที่มีคนอ่านแล้วชื่นชมแล้วเขียนเมลล์มาหาบี ; )
สุขสันต์วันศุกร์ที่ฝนตกพรำๆทั้งวันนะค๊า : )
บีจ้า
--------------------------------------------------------------------
Khun Bee,
My name is Jerry xxxx. I recently came across your site/service completely by accident. I'm married to a wonderful Thai lady and have a beautiful two year old daughter here in Ayutthaya.
Mis-clicks can be fortuitous though I think. Reading your bios and those of some of your coaching staff made me realize that we have very much in common. I felt compelled
to introduce myself, offer my respect, and perhaps explore the possibility of some sort of mutually beneficial relationship. Its not that often that I find someone share such a similar vision, though I must reluctantly admit a bit of envy that you've come far closer to realizing it than I have up to this point.
At this point I should try to clarify what I am after. I'm more sure of what I'm NOT after to be honest.
- I am not looking for a job, although I imagine I'd be open to it in certain circumstances. My wife has worked hard for many years to reach her level of management in the factories and pulls in a quite decent pay packet. Myself I'm happy to stay at home and take care of my daughter while keeping money coming in through investments in the currency exchange market and real estate investments.
- I'm not looking to buy a franchise. Again I am open minded about this but as a fellow MBA you are probably aware the best position to be in , in a franchisor/franchisee relationship is the franchisor by a long way. And a million and a half baht for very little hard asset value would have to be scrutinized as well.
- I'm not "seeking information" to deliver to a competitor or to assist me in becoming a competitor. Who know what the future holds, but even though I have a pretty decent business plan (a bit dated as it is) there's a few barriers to entry I'd have to address first if I even chose to do so.
So why then am I taking your time? Because I believe the more good people and like minded individuals you can collect in your life, the more happy and successful you will become. If I didn't see that same philosophy in you I'd not take your time.
I want to explore sharing your vision, being involved somehow with you and your team. My vision is simple. I believe a "end to end" solution is what will benefit the people of this world who are single and want to change that.
Xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
Xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
I dont expect you to have the time or motivation to read the documents, as they may be a tad on the verbose side. However I hope that by providing them for you to skim or peruse, your interest will be piqued.
Kind Regards,
Jerry
P.S. I plan on making a trip or two to Bangkok next week. I'd welcome the opportunity to chat in person. Feel free to contact me either here by email or my mobile xxxxxxxxxxxxxx
ไม่ว่าพี่ๆน้องๆจะยุ่งขนาดไหน หากยิ่งเป็นฝ่ายหญิงและยังต้องการมีคู่ด้วยล่ะก็ จัดการวางลำดับชีวิตตนเองใหม่เลยค่ะ
นึกได้ บีเลยอยากมาแชร์บนบล๊อกสักนิดนะคะ
บีเข้าใจค่ะ ว่าพี่ๆน้องๆยุ่งกันมากมายยย ไหนจะงาน ไหนจะเรื่องส่วนตัว ไหนจะเรื่องครอบครัว การเรียน เพื่อนๆ อะไรต่างๆนาๆ
แต่หากว่า พี่ๆน้องๆต้องการมีคู่ สละเวลาสักนิดให้กับตัวเองบ้างนะคะ บีมีคนติดต่อเข้ามามากมาย บอกว่าคุยเรื่องรายละเอียดการสมัครใช้บริการไม่ได้เลยในเวลางาน หรือเวลาพักเที่ยง ต้องเป็นหลังหกโมงเย็นไปแล้วเท่านั้น บางรายขั้นหนักถึงหนึ่งทุ่มหรือสองทุ่มไปแล้วเท่านั้น บางคนกรอกหน้าเวบมาตั้งแต่วันจันทร์ อังคาร แล้วพอเราโทรไป บอกว่า คุยได้เฉพาะวันเสาร์ หรือวันอาทิตย์เท่านั้น
พวกแม่สื่อก็เพียรพยายามค่ะ โทรแล้ว โทรเล่า เช้าที บ่ายที เย็นที ก็ไม่มีใครรับสาย แล้วไม่โทรกลับมาด้วยอ่ะ
แล้วบียังเง็งว่า แล้วจะมีเวลาไปเดทหรือให้แฟนเหรอคะ
บีว่า ผู้หญิงเราสมัยนี้เก่งจะตายค่ะ บีเชื่อมั่นว่า หากพี่น้องตั้งใจจะใส่ใจกับชีวิตส่วนตัวตัวเองแล้วล่ะก็ ต้องสามารถจัดสรรเวลาให้กับเรื่องคู่ให้ตัวเองได้แน่ๆ
ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว บีเชื่อมั่นว่า พี่ๆน้องๆทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิงสามารถเก่งในหน้าที่การงาน การเรียน สุขภาพดี ออกกำลังกาย และมีแฟนเริ่ดได้ ให้ความสำคัญกับชีวิตตนเองเป็นลำดับต้นๆหน่อยนะคะ บริษัทฯขาดพี่ๆน้องๆทุกคนได้ค่ะ แต่ว่าอายุพีๆน้องมันไม่รอนะคะ แล้วอายุกับการหาคู่ มันสำคัญมากมายค่ะ โดยเฉพาะกับฝ่ายหญิง
เราหญิงยุคใหม่มาประสบความสำเร็จรอบด้านกันเถอะค่ะ
ปล. ยุ่งมากๆยังไง อย่าลืมดูแลลงทุนเรื่องการเงินของตัวเองด้วยนะคะ อีกหนึ่งเรื่อง ที่ละเลยไม่ได้เด็ดขาดค่ะ
เป็นห่วงมากมายยยย
บีค่า
คู่มือการหาคู่ 15 ขั้นตอน โดยปรับใช้หลัก MBA มาประยุกต์กับการหาคู่ : ) — New York Times Bestseller หนังสือดังตั้งแต่ปี 2006

หนังสือดัง New York Times Bestseller หนังสือดังตั้งแต่ปี 2006 - คู่มือการหาคู่ 15 ขั้นตอน โดยปรับใช้หลัก MBA มาประยุกต์กับการหาคู่ : )
โดย Rachael Greenwald นะคะ ; ) http://www.rachelgreenwald.com/?id=248
ถึงหนัึงสือจะออกมานานสัก 5-6 ปีแล้วที่ประเทศอเมริกา แต่ไทยไม่ได้สั่งเข้ามาขายค่ะ แต่บีชอบอ่าน ก็สั่งเพื่อนจากเมกา ซื้อจากอเมซอนมาฝาก ตอนเขามาเยี่ยมบี : )
บีกำลังเขียนคู่มือหาคู่สำหรับสาวไทยอยู่ค่ะ อ่านของคนอื่นๆเอาเพลินไปเรื่อยๆ : )
ลองอ่านดูเล่นๆนะคะ : )
บีค่า
-------------------------------------------------
About the Book
Find a Husband After 35: Using What I Learned at Harvard Business School is a New York Times Bestseller.
The book teaches a proven 15-step program to find a wonderful husband.
This is an innovative approach to the frustrating reality of being single at any age, from your 30's to your 80's. It's all about taking action and moving forward, not analyzing why you're still single, who's to blame, and why society is the way it is.
This book describes "The Program" a simple and fast 15-step process that uses classic marketing techniques I learned at Harvard Business School and adapted to the dating world.
You will learn how to:
1. Devise a "Personal Brand" to be unique "Package" yourself to improve your appearance
2. Use "Niche Marketing" and "Telemarketing" in your husband search
3. Use "Mass Marketing" to increase the volume of men you meet
4. Maximize "Online Marketing" to attract the best men from online dating sites
5. Use "Advertising" to get more fix-ups from friends
6. "Audit" your efforts and conduct "Exit Interviews"
7. Use "Best Practice" dating rules for retaining the men you want
You will also learn the answers to:
8. What are the unique dating issues for women after 35 and how do I handle them?
9. Where do I find mature single men?
10. How do I find the good guys online?
11. What are the small things I can do every day to meet more men?
12. What is the "Date/Sex Rule?"
13. What is the most over-looked resource for finding a husband?
ทำไม คนโสดเราถึงได้แต่งงานช้าลงทุกวัน??
วันนี้ บีอยากมาแชร์ประสบการณ์ที่ได้ยิน ได้ฟังและได้อ่านมามากมายค่ะ ว่าทำไม คนโสดเราถึงได้แต่งงานช้าลงทุกวัน และ มีแนวโน้มว่าจะโสดกันอีกนานน เนื่องจาก สเปคที่แต่ละคนตั้งไว้ โดยไม่ค่อยจะยอมยืดหยุ่นกัน เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เป็นทั่วไป เป็น global trend ไปแล้วนะคะ โดยอัตราความเป็นโสดจะเกิดกับฝ่ายหญิงมากกว่าฝ่ายชาย เนื่องด้วยปัจจัยหลายประการ ซึ่งบีจะขอแจกแจงให้ฟัง ดังนี้นะคะ
เดี๋ยวนี้ ในแต่ละประเทศ ส่วนใหญ่มักจะมีฝ่ายหญิงมากกว่าฝ่ายชาย โดยเฉพาะประเทศไทย จำนวนเพศหญิงต่อเพศชาย เป็นอัตราส่วนที่ต่างกันเหลือเกินนะคะ นี่ยังไม่นับรวมฝ่ายชาย ที่ผันกลายเป็นหญิง และชายที่รักชายด้วยกัน ทำให้ฝ่ายชายน้อยลงไปอีก
สำหรับฝ่ายหญิง ในวัยเรียน (ตีว่า ตั้งแต่มัธยมปลาย ถึงระดับมหาวิทยาลัยละกันนะคะ เราเด็กดี คิดเรื่องแฟนตอนอายุเหมาะสม ?) ฝ่ายหญิงมักจะเป็นฝ่ายเลือกเมื่ออายุ 20 ? 29 เนื่องจากระยะอายุน้อย ฝ่ายชายมีให้เลือกมากมาย ทุกวัย ต่างอยากเจอฝ่ายหญิงในอายุช่วงนี้
แต่พอฝ่ายหญิงอายุขึ้น 30 จำนวนฝ่ายชายที่มองหาฝ่ายหญิงอายุกลุ่มนี้ ก้อจะลดน้อยลงไปสัก 10% และพออายุมากขึ้นไปเรื่อยช่วง 31-35 จำนวนฝ่ายชายที่สนใจก้อจะลดลงเรื่อยปีละอีก 10% ละกันนะคะ โดยคร่าวๆ เนื่องจาก ความต้องการที่จะมีบุตรและความต้องการของฝ่ายชายที่มักจะต้องการคนที่อ่อนกว่าตน
นี่บียังไม่รวมเรื่องรูปลักษณ์ หน้าตา รูปร่าง ที่มาเกี่ยวด้วยนะคะ ดังนั้น หากเราน้ำหนักมากด้วย สวยน้อยหน่อย จำนวนคนที่ต้องการเจอเราก้อจะน้อยลงไปอีก
แต่ฝ่ายหญิงถึงแม้ว่าจะอายุเพิ่มขึ้น แต่สเปคมักจะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน เนื่องจาก ฝ่ายหญิงเติบโตในหน้าที่การงาน มีฐานะหน้าตาในสังคมมากขึ้น ทำให้เกิดภาวะว่า แฟนหรือสามีในอนาคตไม่ควรจะน้อยหน้ากว่าตน (แต่ฝ่ายชายที่มีฐานะการงาน การเงินดี ก้อจะต้องการเจอคนอายุน้อยกว่าตน และไม่ได้สนใจว่าจะต้องมีหน้าที่การงานดีเท่าตน เนื่องจากสำหรับสังคมฝ่ายชาย หน้าตา รูปร่าง ความ sexy เป็นสิ่งที่ฝ่ายชายอวดกัน ไม่ใช่หน้าที่การงานของแฟน แต่หากแฟนสวยได้ และการงานดีด้วย ยิ่งเป็น bonus ค่ะ : ))
ดังนั้น บีอยากจะบอกว่า หากเป็นไปได้ บีอยากให้พี่ๆน้องๆทุกคน ลองพิจารณาดูนะคะ ว่าอะไรสำคัญสำหรับเราจริงๆในการมีแฟน ที่จะมาเป็นสามีเราในอนาคตสักคน อะไรไม่จำเป็น ตัดทิ้งไปเถอะค่ะ คู่แข่งขัน คนโสดมีมากมายในสนามการออกเดทนะคะ หากเราตั้งสเปคไว้มากมาย เราเองแหล่ะค่ะ จะแข่งกับตลาดไม่ไหว
บีเข้าใจค่ะ พี่ๆน้องๆบอกบีหลายคนเลยว่า ?พี่อยู่เป็นโสดมาจนป่านนี้ เพราะเลือกมาก ถ้าไม่เลือกมาก ก้อคงแต่งไปแล้ว ไม่โสดอยู่?
บีขอเปรียบนะคะว่า อย่างเวลาเราทำงาน เราก้อคงไม่ได้รักที่ทำงานเราไปซะทุกอย่างใช่ไหมคะ นายอาจจะใจร้อนไป ปากจัด เพื่อนอาจจะมีช่างนินทาบ้าง สวัสดิการอาจจะดี แต่เงินเดือนขึ้นน้อย แต่ทำไมเราถึงยังอยู่ เพราะเราดูภาพรวมใช่ไหมคะว่า ดูรวมๆแล้ว มันก้อดีน่ะ ดีกว่าไปหาบริษัทฯใหม่ เพราะปัญหาเดียวกัน มันก้ออาจจะมี แถมดีไม่ดี อาจมีปัญหาใหม่อื่นๆ เพิ่มมาอีก นี่มันก้องานที่เราจะต้องทำเกือบตลอดทั้งชีวิตนะคะ เรายังยืดหยุ่นกันได้
ดังนั้น บีอยากจะให้มองแนวนี้ กับฝ่ายชาย (หรือฝ่ายหญิง หากเราเป็นฝายชาย) คนเรา มันก้อมีทั้งดีและไม่ดีแหล่ะค่ะ หัวล้านบ้าง เชยบ้าง แต่งตัวไม่เป็นบ้าง แต่หากเขาดีในแง่ ไม่เจ้าชู้ ไม่ตบตี ขยันทำมาหากิน การงานมั่นคง ซื่อสัตย์ บีว่า มันก้อดีพอสำหรับการเป็นแฟนนะคะ
อย่าไปเน้นมากเลยค่ะ หน้าตาไม่ถูกสเปค ไม่ชอบทำบุญไม่เอา ต้องสูงเท่านี้ หนักเท่านี้ ถ้าฝ่ายหญิงมีน้อยกว่าฝ่ายชายในประเทศนี้ บีจะไม่มาสะกิดเลยค่ะ แต่คู่แข่งฝ่ายหญิงเรามีมากมายนะคะ มีฝ่ายหญิงที่เดทเป็น และยืดหยุ่นในการหาคู่ค่ะ และหากกลุ่มที่ยืดหยุ่นนี้ หน้าตาดีด้วย แต่งตัวเป็น มารยาทดี จิตใจแจ่มใส ออกเดทเป็น หญิงกลุ่มนี้จะสำเร็จในการหาคู่ และสอยหนุ่มๆออกไปค่ะ
ขอโทษนะคะ หากสิ่งที่บีมาบอก อาจจะดูโหดร้าย ทำร้ายความรู้สึกพี่ๆน้องๆ แต่นี่เป็นโลกแห่งความจริงในการออกเดทค่ะ บีรับทราบ รับฟัง และสัมภาษณ์อยู่ทุกวันมาเป็นปีที่ห้าแล้วนะคะ
บีฝากนะคะ หากมีพี่มีน้องผู้หญิง ฝากบอกเลยว่า ให้หาแฟนที่คบกันระยะยาวให้ได้ก่อนอายุ 30 เพราะเดทหลังอายุ 30 มันจะเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุเราค่ะ
บีค่ะ
ปล. ลืมบอกไปนิดค่ะ หากว่าพี่ๆน้องอายุอยู่ในช่วง 20-28 ตอนนี้ เดทให้สนุกเลยค่ะ วัยน้องๆอยู่ในช่วงเลือกได้ ตอนนี้ เลือกให้ดี ให้ได้คนดีนะคะ จะได้คบกันยาวๆเพื่อการแต่งงาน แต่หากว่าวัยเข้า 30 แล้ว เดทให้มากที่สุดค่ะ เจอคนให้มากที่สุด พยายามยืดหยุ่นกับสเปคสักนิดค่ะ เอาให้เหมาะสมกับชีวิตเราว่า เรายืดหยุ่นได้มากแค่ไหน ปาลูกดอกสักสามสิบดอก มันต้องมีสักสามดอกที่เข้าเป้าล่ะค่ะ แล้วเราค่อยมาดูว่าใครจะเหมาะเป็นคู่ชีวิตของเรา แต่อย่าลืมนะคะ ว่าระหว่างเราเลือก อีกฝ่ายเขาก้อเลือกอยู่เหมือนกัน
Dating is a number of game ka!!
ที่่บีพูดมาทั้งหมดนี้ ด้วยความหวังดีและปรารถนาดีจากใจค่ะ เป็นผู้หญิงจะเสียเปรียบตรงนี้ แต่หากเราจะเล่นเกมให้ชนะ เราต้องรู้เขา รู้เรา จุดอ่อน จุดแข็ง และอย่ายอมแพ้เสียก่อน บีรับรองว่า หากทำอย่างที่บีวแนะนำ ได้คู่แน่ค่ะ
หลักการออกเดทง่ายๆ ยิ่งกว่าปอกกล้วย ; )
วันนี้ บีอยากมาแชร์หลักการออกเดทง่ายๆแบบพื้นฐานมาบอกกันน่ะค่ะ บีว่าหลายๆคนน่าจะรู้กันอยู่แล้ว แต่หลายๆคน แบบ shock บีมาก ทำไมถึงเหมือนไม่รู้ เดทผิดพลาดตลอดๆๆ
ขอบีแชร์นิดนะคะ แล้วลองปฏิบัติตามดูนะคะ บีว่า มันเป็นคาถามหาเสน่ห์ที่ใครๆที่ได้พบเราจะรักเรา ชื่นชมเรากันทั้งนั้นอ่ะค่ะ หากไม่รักแบบแฟน ก้อรักแบบมิตร หรือ พี่น้อง อะไรก้อตามแต่นะค๊า
แต่บีว่า ยังไงก้อดีกว่า ฉันพบเธอหนนี้ หนเดียว และหนสุดท้าย อย่าได้ sms หรือโทรมาหาฉันอีกเลยแหล่ะค่ะ ใช่ไหมค๊า feedback date แบบนี้ มีจริงนะคะ แล้วบีก้อ amaze มากๆ ว่า มันเป็นไปได้งัย ทำไม ไม่มองระยะยาวกันเล้ยยยย
อ้าว บ่นมานาน เข้าเรื่องค่ะ
1. เป็นฝายหญิง อย่าโทรหาฝ่ายชายก่อนเด็ดขาด หากยังไม่ได้เจอหน้ากัน เดทกัน ไม่ใช่เรื่องค่ะ ไว้ท่าหน่อย ยกเว้นว่า มีเหตุต้องเลื่อนเดทกระทันหัน โทรได้ค่ะ โทรไปก้อเอาสั้นๆ แต่ให้เป็นมิตรนะคะ
2. ฝ่ายหญิง อย่าได้ใช้มุขโทรหาชายต่างๆนาๆ ไม่ว่า หลงทาง จะไปที่นี้ จะไปยังไง เอ่อ หากฝ่ายชาย เขาอยากสานต่อ เขาติดต่อไปเองค่ะ ไม่ต้องหาเรื่องโทรหาเขาก่อน ไม่ว่าจะมีใครแจกตัว concert ฟรีหรืออะไรก้อตาม ชวนเพื่อนสาวเราไปดีกว่าค่ะ ไว้มาดหน่อยค่ะ หากฝ่ายชาย เขาชอบเรา เขาติดต่อเราเองค่ะ บีทำงานนี้มา และตลอดชิวิตของการออกเดทมาเป็นร้อยนี่ ฝ่ายชายชอบเรา เขาโทรหาเราเอง ไม่ชอบ ก้อไม่โทรหา แค่นั้นจบค่ะ
3. ไม่มีหญิงและชายใด ชอบคนที่สิ้นหวังในชีวิต ว้าเหว่ เหงาหงอย ไม่มีกำลังใจ ขอให้เป็นใครก้อได้ที่เข้ามา เป็นเธอได้ไหม เป็นเธอได้ไหม เธอ yes ฉัน ฉันก้อจะตอบรับเธอ ไม่เอาน๊าค๊า พลังในตัวมันติดลบอย่างแรงง อย่าได้คิดว่า คนอื่นจะมองไม่เห็น ไม่รู้สึกนะคะ
4. ทั้งหญิงและชาย ห้ามพร่ำบ่นถึงชีวิตแสนเศร้า งานแสนหนัก นายที่โคตรไม่เข้าใจ แฟนเก่าหรือสามีเก่าแสนเลว เพื่ออารายยยยค้า
5. มีคนดูๆอยู่ๆ แต่ยังไม่แน่ใจ เพราะ he or she ไม่ได้ทำตัวให้คุณแน่ใจ นั่นคือเหตุผลให้พี่ๆน้องๆมาออกเดทใหม่ ดังนั้น กรณีนี้ ก้อไม่ควรพูดถึงบุคคลที่คุณไม่แน่ใจนี้เด็ดขาดนะคะ อยากบ่น อยากเล่า โทรหาเพื่อนสาว เพื่อนหนุ่มคุณดีกว่าค่ะ อันนี้ เดทค่ะ ไม่ใช่ session ให้คำปรึกษากับนักจิตวิทยา
6. ไม่มีหญิงชายท่านใด ชอบคนไม่มีมารยาทในการออกเดท ไม่ว่าจะเป็นมารยาทในการดำเนินบทสนทนา หรือรับประทานอาหาร หรือการวางตนทั้งต่อคู่เดทและต่อพนักงานในร้านอาหาร อย่าลืม ออกเดทเพื่อหาคู่ครองที่จะอยู่ด้วยกันตลอดชีวิตนะคะ ไม่มีใครต้องการคนที่อยู่ด้วยแล้วไม่น่ารื่นรมย์หรอกค่ะ หากไม่รู้จะชวนพูดคุยอะไร บทสนทนาง่ายๆ ก้อเอาสิ่งที่เรารักชอบ (ช่วย positive หน่อยนะคะ อย่าเอา หัวข้อ ร้านที่เราเกลียด สถานที่พักที่เราเกลียด งานที่เราเกลียดมาพูดคุยกัน เพราะว่า สุดท้าย พลังลบทั้งนั้น พูดไปเพื่ออารายเหรอค๊า) หากเราเลือกพูดสิ่งที่เรารัก เราชอบ พูดแต่ในด้านบวก มองหาด้านบวกในทุกเรื่อง การพูดคุยก้อจะเป็นไปในทางบวก สดชื่น และสะท้อนให้เห็นถึงตัวตนคนพูดด้วยค่ะ ว่าพื้นฐานแล้ว คนคนนี้เป็นคนบวกหรือลบ ตอนบีเรียนจิตวิทยา โดนทำการบ้านปฏิบัติเยอะมากกก ดีมากค่ะ เช่น อาจารย์บอกว่า อยากรู้ว่าคนแต่ละคนเป็นยังไงแบบเร็วๆ ลองถามเขาว่า เขาเป็นคนอย่างไร คนบวก จะพูดบวกก่อน คนลบจะพูดลบก่อน พี่ๆน้องๆ อยากอยู่กับคนลบหรือบวกล่ะคะ
7. ทั้งฝ่ายชายและหญิง ต้องรู้จักเกรงใจซื่งกันและกันนะคะ ไม่ว่าร้านอาหารที่เลือกมันแพงไปหรือเปล่า มันถูกซอมซ่อไปหรือไม่ สถานที่นัดเจอกัน มันใกล้ฉันอย่างเดียว หรือครึ่งทางระหว่างกัน ทุกอย่างมันบอกตัวตนทั้งนั้นค่ะ
8. ทั้งหญิงและชาย อย่าได้รุกอีกฝ่ายมากเกินไปเด็ดขาดนะคะ ไม่ว่าคุณจะเหงาโดดเดี่ยวในใจแค่ไหน เก็บมันเอาไว้ค่ะ คุยกับเพื่อน คุยกับคุณพ่อ คุณแม่ คุยกับนักจิตวิทยาก้อได้ (อันนี้ จริงๆบีอยากแนะนำนะคะ อย่าได้คิดว่าเราเป็นโรคจิตหรือเปล่า เขาช่วยได้จริงๆค่ะ เลือกหน่อย เอาที่ดีๆ มีคนแนะนำมา เขาจะช่วยคุณคิดทางออกในการใช้ชีวิตให้มีความสุขต่อไปด้วยตัวคุณเอง) ย้ำอีกที ไม่มีใครชอบคนสิ้นหวัง ท้อแท้ เจอเขาครั้งเดียว สองครั้ง แล้วพร้อมจะมาเกาะเขาเป็นฟางเส้นสุดท้าย ไม่มีใครเขายอมหรอกค่ะ ยังไม่ได้รักกัน ชอบกัน เขารำคาญตายเลยค่ะ ขอโทษที่บีต้องพูดตรงๆ แต่บีอยากให้ทุกคนที่ยังเดทผิดพลาดได้คิดนะคะ บางที พวกบีที่ทำงานในนี้ ก้อเอาไม่ไหว
9. การออกเดท คุณอาจจะกลายเป็นเพื่อน พี่หรือน้องกันแทนที่จะได้แฟนก้อได้นะคะ ดังนั้น ทำตัวให้น่ารัก มีมารยาท เป็นมิตร อ่อนน้อม ถ่อมตน (กรุณาอย่าขี้โม้ โอ้อวดด้วยค่ะ) ขี้อาย ก้อยิ้มมากๆหน่อยค่ะ เขาจะได้ไม่คิดว่า เราหน้าบึ้ง โกรธใครมามาออกเดท เดทจะลื่นหรือไม่ลื่น เราก้อต้องมีมารยาทฝ่ายของเรานะคะ ยิ้มแย้มเข้าไว้ ชวนสนทนาในด้านบวกเข้าไว้ค่ะ หากพยายามสัก 40 นาทีแล้ว คู่เดทยังไม่ดีขึ้น ลุกเลยค่ะ ขอตัวกลับบ้านได้เลยค่ะ แต่เอาให้ดูดี มีมารยาทสังคมนะคะ เผื่อจะได้เกื้อกูลกันด้านการงานกันได้ในอนาคต ใครจะไปรู้คะ
10. หญิง ทำตัวให้สมเป็นหญิง เสื้อผ้า หน้าผม การแต่งกาย การพูดจา อย่าอ้วนเด็ดขาดค่ะ ยิ่งยังหาแฟนไม่ได้ ห้ามน้ำหนักขึ้นค่ะ ต้องลดเท่านั้น!!
11. ชาย ทำตัวให้สมชายเช่นกันค่ะ ห้ามอ้วน ฉุ ด้วยค่ะ บุคลิกเป็นผู้นำ เป็นสุภาพบุรุษ เป็นมิตร
12. สุทท้ายนี้ ต้องขอให้คนออกเดททั้งหลาย รับผิดชอบคำพูดตัวเองในการออกเดท หากว่าเดทแล้วไปสร้างปัญหา อย่าได้โยนปัญหามาหา matchmaker ให้รับแพะค่ะ ปัดปัญหาที่สร้างไว้ออกจากตัว แล้วโยนมาให้เรา อันนี้ พวกเราเครียดกันค่ะ รับไม่ไหวจริงๆ
ที่บีว่ามาทั้งหมดข้างบน เป็นส่วนน้อยนะคะ ที่บีเจอ แต่เป็นส่วนน้อยที่ทำผิดกันซ้ำแล้วซ้ำอีก หนังสือหาคู่บียังเขียนไม่เสร็จ แต่รอเสร็จไม่ไหวล่ะค่ะ ขอมาแชร์ที่นี่ก่อน
สุดท้าย บีขอสรุปนะคะ ก่อนจะพูดหรือทำอะไร โดยเฉพาะในเดทแรกๆ บีอยากให้ลองคิดกลับกันว่า หากคุณเป็นอีกฝ่าย เขาจะ happy ในการเดทกับคุณหรือไม่ เอาง่ายๆแค่นี้เลยค่ะ เวลาพี่ๆน้องไปออกเดท หวังจะเจอคู่เดทแบบไหน หวังจะให้คู่เดททำตัวอย่างไร คิดแค่นี้นะคะ แล้วปฏิบัติตามนั้นค่ะ
หวังว่า ทิปวันนี้จะช่วยให้การออกเดทของแต่ละคนดีขึ้นได้นะคะ
โชคดีในการออกเดททุกคนนะค๊า : )
บีค่า
ไลฟ์สไตล์มรณะ” ทั้ง 14 ประการ ข้อมูลดี ๆ จาก นพ.กฤษดา ศิรามพุช , พบ.(จุฬาฯ)
เห็นมีประโยชน์ เลยเอามาฝากค่า : )
สุขสันต์วันหยุดกันทุกคนนะค๊า อากาศดีแบบนี้ คนโสดๆ อย่าอยู่แต่บ้าน เอาแต่นั่งจับเจ่าหน้าทีวีนะคะ นัดเพื่อน หรือออกไปเดินเล่น สูดอากาศ ไปร้านหนังสือ หาอะไรสนุกๆอ่านก้อได้นะค๊า
อย่าลืม อีกอย่างสำหรับคนโสดนะคะ บริหารการเงินค่ะ สำคัญมากๆๆ อย่าใช้เงินเพลินนะคะ เก็บออมเงิน แล้วก้อเอาเงินไปลงทุนด้วย สร้างรากฐานให้ตัวเองกันด้วยนะค๊า สวย หล่อ อย่างเดียวไม่ได้นะค๊า ต้อง แต่งตัวดี มีสไตล์ยิ่งดี นิสัยน่ารัก จิตใจงาม แล้วก้อต้อง การเงินดีด้วยค่า : ) ถึงจะสวย หล่อ ครบสูตร
บีจ้า ![]()
---------------------------
เซลล์มะเร็ง เป็นคล้ายสัตว์กินเนื้อที่ดำรงชีพอยู่ได้ด้วยการแตกรากออกไปดูดกินสารอาหารจากในร่างกายจนทำให้ผ่ายผอมและกลายเป็นรังมะเร็งในที่สุด
แต่ถ้าท่านยังไม่อยากสร้างสิ่งมหัศจรรย์ในกายประเภทสวนลอยแห่งมะเร็งไว้แข่งกับ บาบิโลน ก็ขอให้เลี่ยงวิถีที่จะเปลี่ยนกายให้เป็นแม่เหล็กดูดมะเร็งชั้นดี
ขอให้เลี่ยงพฤติกรรมที่มะเร็งโปรดทั้งหลายต่อไปนี้ ครับ
1) นอนดึก ทำให้ไม่มีฮอร์โมนต้านมะเร็งหลั่งออกมา นอกจากนั้นยังจะทำให้เกิด โรคร้ายอื่นได้ เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง และโรคอ้วน ด้วยว่าเมื่อนอนดึกแล้วมักจะหิวและต้องหาของขบเคี้ยว มากินแก้ปากว่างกัน
2) สูบบุหรี่และขี้เหล้า ทั้งสองสิ่งนี้ทำให้ปอดและตับทำงานหนัก แม้จะสูบซิการ์ซึ่งมีนิโคตินต่ำกว่าบุหรี่ก็ตามที หรือดื่มเหล้าแบบกลั่นอย่างดีของฝรั่ง แต่ตัวมันเองก็สร้าง
" สนิมมะเร็ง " ออกมาไม่น้อย ทำให้คนที่เสพทั้งแก่เร็วและตายไวได้จากโรคมะเร็งครับ
3 ) เอาแต่ไขมันเข้าปากและอยากแต่เนื้อแดง ไขมันอิ่มตัวและโปรตีนจากเนื้อนั้นเป็นแหล่งอาหารชั้นหนึ่งของมะเร็งที่จะใช้เจริญเติบโตได้ไม่แพ้ทารกเกิดใหม่ มันจะสร้างหลอดเลือดยื่นไปดูดกินเลือดเนื้อของเราจนแทบไม่เหลือเลือดอันสมบูรณ์ไปเลี้ยงอวัยวะอื่น ตัวเราจึงผอมเอาๆ ตรงข้ามกับมะเร็งกาฝากที่โตไวไม่มีลิมิตชีวิตหดหู่แน่
4) แฝงด้วยเครียดจัด จนมีสารทุกข์หลั่งออกมาหล่อเลี้ยงมะเร็งให้โตขึ้นเร็วราวกับน้ำมันราดบนกองไฟให้คุโชนขึ้น
5) ไวรัสตับอักเสบบีและมีภูมิแพ้ที่รักษาไม่หาย ดังที่กล่าวไปว่า ถ้าภูมิดีก็มีพลังต้านมะเร็งได้ตั้งแต่ในเซลล์แรกที่อุตริเกิดขึ้นมา ด้วยตามปกติในกายเราก็มีเซลล์แบบมะเร็งนี้เกิดขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ ทุกวัน
6) ปล่อยกายให้อ้วน สร้างให้เกิดธาตุแก่ออกมาแช่อิ่มอวัยวะภายในร่างกาย และไขมันตามตัวยังสร้างให้เกิดฮอร์โมนกระตุ้นให้มะเร็งแบ่งตัวดีขึ้นด้วย
7) ล้วนขาดวิตามิน ด้วยวิตามินทำหน้าที่ต้านเชื้อมะเร็งให้ดับเป็นจุณไป ก่อนที่จะเผยอหน้าขึ้นมาแบ่งตัวปนเปไปในร่างกายเรา
8) กินของร้อนจัดไป ช่น ซดชาร้อนหรือกาแฟร้อนจัดประเภทควันฉุย จะไปลวกให้เซลล์หลอดอาหารอักเสบอยู่ทุกบ่อย เมื่ออักเสบเป็นอาจิณก็จะมีโอกาสเปลี่ยนไปเป็นเซลล์มะเร็งง่ายขึ้น
9) ทำให้คอเลสเตอรอลลดต่ำ พบว่าถ้าต่ำเกินไปก็ไม่ดีครับ มีผลกับภูมิคุ้มกันที่แย่ลง เมื่อภูมิต่ำแล้วก็จะหมดปัญญาต้านเซลล์มะเร็งที่จะเข้ามาหา
10) กลั้นปัสสาวะ น้ำปัสสาวะเป็นของเสีย ยิ่งอยู่นิ่งเป็นเวลานานจากการอั้นมันก็ไม่ ต่างอะไรกับน้ำนิ่งในคลองแสนแสบ ซึ่งทิ้งไว้ไม่นานจะกลายเป็นน้ำเน่า แต่ถ้าเน่าในกระเพาะฉี่เรา ก็มีผลให้เกิดเซลล์มะเร็งงอกขึ้นมาได้
11) ป ะทะเค็มจัด พบว่าสิ่งมีชีวิตที่ทานอาหารเค็มมีอัตราการเกิดมะเร็งสูงกว่า โดยเฉพาะในอาหารจำพวกเนื้อเค็ม เนื้อแห้ง หมูแดง ที่นอกจากเค็มแล้วยังมีสีแดงดีจากดินประสิวอีกด้วย
12) ประวัติมะเร็งในครอบครัว มะเร็งร้ายในครอบครัวบางอย่างสามารถถ่ายทอดมาทางพันธุกรรมได้ แม้จะไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์แต่ต้องรับไว้ด้วยความไม่เต็มใจ เช่น มะเร็งเต้านม
, มะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ถ้าป้องกันไว้ดีๆ แล้วบางทีก็ไม่เกิดขึ้นมาครับ
13) ตัวตากแดดบ่อย แสงแดดเป็นรังสีที่กระตุ้นอณูเซลล์ของคุณให้สะดุ้งตกใจ จนเครื่องในรวนหมดครับ เมื่อเครื่องในรวนแล้วก็ไม่สามารถที่จะคุมการแบ่งตัวได้ ทำให้แบ่งต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง กลายเป็นก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
14) ไม่ค่อยช่วยใคร ถ้าพูดให้ง่ายเข้า คือเห็นแก่ตัว และไม่ค่อยได้ทำบุญนั่นเอง เพราะเมื่อใดก็ตามที่ได้หมั่นช่วยเหลือผู้อื่นจนชินแล้ว เรามักไม่ค่อยได้นึกถึงตัวเองนัก และเมื่อไม่หมกมุ่นกับตัวเองแล้วก็ไม่ค่อยเกิดความ
" อยาก " อันนำไปสู่ความเครียดร้อนอกร้อนใจ หรือถ้าไม่มีเวลาก็แค่อนุโมทนากับบุญที่เราได้พานพบก็ทำให้มี "สารสุข " หลั่งออกมาเสริมภูมิรู้สู้มะเร็งแล้วครับ
ด้วยวิถีแห่งการมี
" ไลฟสไตล์มรณะ " ทั้ง 14 ประการ ดังที่ได้กล่าวไปก็จะทำให้ได้มะเร็งมาเป็นเจ้าของอย่างง่ายดาย
ขอบคุณ ข้อมูลดี ๆ จาก....
นพ.กฤษดา ศิรามพุช , พบ.(จุฬาฯ)
ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์อายุรวัฒน์
( American Board of Anti-agin g medicine)
พี่xxอยากปรบมือให้บีดังๆอีกที
?พร้อมที่จะรักทุกคนที่รักเรา เอ่ออออ บีว่า ฟังดูมันก้อดีอ่ะนะคะ ไม่ได้ตั้งกฏเกณฑ์อะไรมากมาย ตั้งสเปคไว้เป็นเจ้าสาวที่กลัวฝน แต่บางที บีก้ออดคิดไม่ได้ว่า อยากมีแฟนเพราะว้าเหว่ เคว้งคว้างเฉพาะตอนนี้หรือเปล่า เพราะหากเพียงต้องการคว้าใครเข้ามาชั่ววูบ สุดท้าย พอเราเข้มแข็งขึ้น เราเองนี่แหล่ะจะทิ้งเขาไป เพราะเขาไม่ใช่คนที่เข้ากับเราได้จริงๆ คนที่เราอยากจะใช้ชีวิตด้วยจริงๆ
ดังนั้น บีอยากให้พิจารณาให้ถ้วนถี่ ก่อนที่จะให้ความหวัง หรือทุ่มความหวังไปที่ใครสักคนมากๆๆ ในเวลาอันรวดเร็วนะคะ
บีว่า สุดท้าย ?ตนก้อเป็นที่พึ่งแห่งตน? อยู่ดีนะคะ อย่าเอาความสุขเรา ไปแขวนกับใครเลยค่ะ เอาเขาเป็นแค่ ?ส่วนเติมเต็ม? ดีกว่านะคะ มีก้อดี ไม่มีฉันก้อยังมีความสุข?
ก็เพราะคิดอย่างนี้แหละพี่ถึงไม่โทรหาคุณบี และทีมงานอีกเลย ถ้าพี่เป็นผู้ชายพี่คงลงแข่งเพื่อจีบเธอหนูบี
คนเรา ต้องดูแลตัวเอง และพึ่งตัวเองให้ได้ก่อน ไม่ใช่พอขาดใครซักคน ก็หาอีกคนมาแทนพอเอา เข้าจิงๆ ใครก็แทนใครไม่ได้ทั้งนั้นแหละ เพราะแต่ล่ะคนไม่เหมือนกัน หากแต่เรามอง ความพอใจที่พอดี และเข้าใจเราอาจเจอใครที่พอดีกันกับเราก็ได้
พี่xx
--------------------------------------------------------------------
แหม หวัดดีค่า พี่xx ; )
จะลงสนามแข่งจีบบีเหรอค๊า : ) อิอิอิ ปิดรับใบสมัครแล้นนนค่า ; ) คุณแฟนขี้หึงจาตายค่ะ ขนาดบีแกล้งแซวว่า บีจองตั๋วไปอินเดียคนเดียวแล้วน้า (เนื่องจากพี่แกขอบบ่นว่าอยากไปทำไมฟะอินเดีย สกปรก วุ่นวายจะตาย บีเลยรำคาญ งั้นฉันไปคนเดียวก้อได้ : )) แกยังโมโหบีใหญ่ บอกว่า ไม่ได้ ไปคนเดียวได้ไง ไปไหนเราต้องไปด้วยกันสิ อิอิอิ หวานซ้า ติดบีเป็นตังเมกะถั่วลิสง : )
เมลล์มาตามแมชบ้างก้อได้นะคะ เผื่อบางที เราเกิดลืมขึ้นมาน่ะค่ะ อย่างของพี่xxคือ คุณนับดูแลนะคะ ยังงี้ ถ้าเห็นทางคุณนับเงียบไปนาน เมลล์มาตามสักนิดก้อดีนะคะ เผื่อคุณนับลืม : )
คือจริงๆ บีจะคอย Monitor/QC ทีมงานอยู่ตลอดๆอ่ะนะคะ แต่หากคุณลูกค้าเมลล์มาทักทายและเตือนกัน คุณนับจะได้ฉุกคิด เออว่ะ ลืมพี่xxไป
แต่เคสของพี่xx เมื่อสองวันก่อน บีเพิ่งบอกให้คุณนับลองส่งแมชไปที่ฝ่ายชายท่านนึงอยู่นะค๊า แล้วบีก้อเพิ่งบอกให้คุณนับส่งแมชให้พี่xxเมื่อเช้าด้วยเหมือนกัน : )
ยังไง หากยังไม่ได้ เมลล์มาหาคุณนับเลยนะค๊า : )
บีค่า : )
หนึ่งเดียวคนนี้ VS ใครก้อได้??
พอดี นั่งฟังวิทยุ แล้วเขาเล่นเพลงนี้ เลยฉุกใจคิด เอ่อมมมม เหมือนคุณลูกค้าบางท่าน ที่เขาบอกเรามาว่า พร้อมจะรักทุกคนที่รักเขา
เอ่ออออ บีว่า ฟังดูมันก้อดีอ่ะนะคะ ไม่ได้ตั้งกฏเกณฑ์อะไรมากมาย ตั้งสเปคไว้เป็นเจ้าสาวที่กลัวฝน แต่บางที บีก้ออดคิดไม่ได้ว่า อยากมีแฟนเพราะว้าเหว่ เคว้งคว้างเฉพาะตอนนี้หรือเปล่า เพราะหากเพียงต้องการคว้าใครเข้ามาชั่ววูบ สุดท้าย พอเราเข้มแข็งขึ้น เราเองนี่แหล่ะจะทิ้งเขาไป เพราะเขาไม่ใช่คนที่เข้ากับเราได้จริงๆ คนที่เราอยากจะใช้ชีวิตด้วยจริงๆ
ดังนั้น บีอยากให้พิจารณาให้ถ้วนถี่ ก่อนที่จะให้ความหวัง หรือทุ่มความหวังไปที่ใครสักคนมากๆๆ ในเวลาอันรวดเร็วนะคะ
บีว่า สุดท้าย ?ตนก้อเป็นที่พึ่งแห่งตน? อยู่ดีนะคะ อย่าเอาความสุขเรา ไปแขวนกับใครเลยค่ะ เอาเขาเป็นแค่ ?ส่วนเติมเต็ม? ดีกว่านะคะ มีก้อดี ไม่มีฉันก้อยังมีความสุข
มองโลกแง่ดี มีความสุขกันทุกคนน๊าค๊า : )
บีจ้า
แบงคอก แมทชิ่ง’s ?Head to Toes? Make Over – โปรแกรมเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ ให้สวยไฉไล สดใส อ่อนกว่าวัยอย่างน้อย 5 ปีใน 2 วัน!
ตอนนี้ บีได้สร้างโปรแกรม Make Over โดยเฉพาะสำหรับคุณลูกค้าที่ต้องการ up image ค่ะ เนื่องจาก จากการทำงานของเราน่ะค่ะ มีบางท่านที่เราว่า ถ้ามีใครบอกเขา แนะนำเขา ให้เขาปรับปรุงการแต่งกาย ทำผม แต่งหน้า น่าจะช่วยเขาให้หาคู่ง่ายขึ้น
วันนี้ บีเลยลุกขึ้นมาสร้างแพคเกจนี่โดยเฉพาะให้คุณลูกค้าค่ะ ด้วยความหวังว่า การ up ภาพลักษณ์นี้จะทำให้การหาคู่ของพี่ๆน้องๆมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น ดีไม่ดี พอเราดูดีขึ้นมาแล้วนี่ เดินๆอยู่ ก้อมีหนุ่มมาจีบได้นะค๊า ประหยัดเงิน ไม่ต้องมาใช้บริการจัดหาคู่เราด้วยซ้ำ : )
จริงๆค่ะ ดังนั้น ตอนนี้ บีให้ทีมงานดูว่าใครน่าจะ up image เป็นพิเศษบ้าง ดังนั้น หากทีมงานโทรไป อย่าโกรธกันนะคะ แต่เราเลือกมา เฉพาะที่ว่า เราเห็นว่า ควร up image และด้วยความรักที่อยากจะเห็นพี่ๆน้องๆสวย หล่อขึ้นให้มากที่สุด ที่คนๆนึงจะสามารถเป็นได้ค่ะ ; )
ผู้หญิง อย่าหยุดสวยนะคะ
ด้วยรักน๊าค๊า ; )
บีจ้า
---------------------------------
?Head to Toes? Make Over
โปรแกรมเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ ให้สวยไฉไล สดใส อ่อนกว่าวัยอย่างน้อย 5 ปีใน 2 วัน!
คนส่วนใหญ่มักคิดว่า ?ถ้าใครจะรักเรา ให้รักที่ความเป็นเรา?
แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว ถ้าเขาหรือเธอปฏิเสธในการที่จะพบคุณเสียก่อนแล้ว ก่อนที่คุณจะได้พิสูจน์ความน่ารัก ความนิสัยดีของคุณ ความรักที่คุณคาดหวังให้เขารักคุณที่ความเป็นคุณ มันก็ไม่สามารถจะเกิดขึ้นได้ เพราะเขาปฏิเสธในการที่จะพบกับคุณเสียแล้ว
หากคุณไปตลาดดอกไม้ มีดอกไม้มากมายให้คุณเลือก คุณจะเลือกหยิบกุหลาบเฉาๆ ขาดน้ำ ก้านเยิน หรือไม่
จากประสบการณ์การทำงานสร้างความรักให้หนุ่มสาวเป็นจำนวนมากเป็นเวลากว่า 5 ปี ทีมงาน Matchmaker ของแบงคอก แมทชิ่งได้เห็นความสำคัญอย่างยิ่งยวดในด้านภาพลักษณ์ของแต่ละท่าน ต่อการประสบความสำเร็จในการหาคู่
ทางเราทราบเป็นอย่างดีว่าภาพลักษณ์ที่ดียังส่งผลดีต่อความมั่นใจ ความสุข และความรักในตนเองมากขึ้นอีกด้วย อีกทั้ง ยังส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ในการทำงาน และผู้คนอื่นๆที่ท่านจะประสบพบเจอในชีวิตประจำวัน
แบงคอก แมทชิ่งจึงได้สร้างสรรค์โปรแกรม ?Head to Toes? Make Over ขึ้นมา เพื่อช่วยให้การหาคู่ของสมาชิกให้มีอัตราการประสบความสำเร็จสูงขึ้น ?Head to Toes? Make Over เป็นโปรแกรมที่จะช่วยเปลี่ยนคุณให้เป็นคนใหม่ ให้สวยไฉไล สดใส ดูอ่อนกว่าวัยอย่างน้อย 5 ปีในเพียงแค่ 2 วัน
โปรแกรม ?Head to Toes? Make Over เป็นโปรแกรมที่ Matchmaker ของแบงคอก แมทชิ่ง จะพาท่านไป Make Over ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อปรับปรุงรายการต่อไปนี้
1. ทรงผม - ที่เหมาะสมกับรูปหน้า และบุคลิก
2. การแต่งกาย (เปลี่ยนตู้เสื้อผ้าใหม่ โดยการเลือกซื้อเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ น้ำหอมที่เหมาะสมกับแต่ละท่าน แต่ละบุคลิก)
3. การแต่งหน้า - ที่เหมาะสม และดูอ่อนกว่าวัย
4. การดูแลตนเองเบื้องต้น (เล็บ ผม สุขอนามัยส่วนตัว รายละเอียดที่ท่านอาจมองข้าม หรือไม่เคยทราบมาก่อน)
5. การดูแล รักษา สภาพผิวโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
6. ทัศนคติที่ดีในการออกเดท
7. เทคนิคในการออกเดท
ทั้งนี้ Matchmaker จะปรับการ Make Over ให้เหมาะสมต่อบุคลิก อาชีพ รวมถึงรสนิยมของแต่ละท่าน ท่านสามารถเลือกสถานที่ Shopping ร้านทำผม หรือเครื่องสำอางค์ยี่ห้อโปรดเองได้
อัตราค่าบริการ: 15,000 บาท (ร วม VAT 7% แล้ว)
ทั้งนี้ อัตราค่าบริการข้างต้น ไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในการ Make Over รวมถึง ค่าเดินทาง และอื่นๆที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งสมาชิกจะต้องรับผิดชอบเอง
โทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโดยตรงได้ที่ Matchmaker ของท่าน หรือ ติดต่อ คุณนับ ? Matchmaker ที่ Tel: 02-663-3020 หรือ 02-663-2094 www.BangkokMatching.com
อากาศทำมั๊ยมันดีอย่างนี้นี้นี้นี้นี้นี้ : )
อากาศทำมั๊ยมันดีอย่างนี้นี้นี้นี้นี้นี้ : )
อากาศแบบนี้ มันน่าไปเดินเล่นสัก 5 กิโล : ) เดินจนเหนื่อยแล้วไปแวะทานข้าวร้าน Outdoor นั่งกินลมชมวิวในสวน ไม่มีแฟน ก้อไปกะเพื่อนๆก้อได้ค่า เดินไป หัวเราะไปกับเพื่อน (คือตอนนี้ หากเราโสด ก้อยึดเพื่อนนี่ล่ะค่ะ : )) ซด Merlot สักแก้ว 2 แก้วกับเพื่อนๆ โอ๊ยยยย สุขโคตรๆค่ะ : )
เอาเพลงรักบรรยากาศหนาว มาทรมาณใจคนโสดเล่น อิอิอิ
มีความสุขกันทุกคนน๊าค๊า : )
Love love jaaa : )
บีจ้า










