บริษัทจัดหาคู่ หนังสือแปลออกใหม่ของฮักแต๊แต๊ค่ะ "ปฏิบัติการลับสุดยอดสาวโสด ฉันจะต้องแต่งงานให้ได้ก่อน 40!!"

21 ตุลาคม 2014 00:00 น.

บันทึกเรื่องราวสนุก ตื่นเต้น ปนหวาดเสียว ผสมอีโรติก เศร้าปนหวาน หวานปนเศร้าของสาวโสดทำงานออฟฟิศ เก่ง มั่น ทันสมัย อายุ 38 ปีในลอนดอน ที่รู้ตัวดีกว่าเวลามดลูกของเธอใกล้จะหมดเวลาผลิตลูกแล้ว

เธอยังไม่อยากรับลูกบุญธรรมมาเลี้ยง

เธอยังไม่อยากรับบริจาคสเปิร์มของชายสักคนมาทำลูกให้

เธอเก่ง เธอมั่น เธอมีเงิน มีเพื่อนมากมาย เธอประสบความสำเร็จในทุกด้าน

เธอต้องการมีลูกของเธอเองจริงๆ ที่มากับผู้ชายตัวจริงของเธอที่รักเธอ และเธอก็รักเขาสุดหัวใจ

เธอจึงตั้งใจสละเวลาต่อจากนี้ไป เพื่อปฏิบัติการลับสุดยอดที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิตเธอ
ฉันจะต้องแต่งงานให้ได้ก่อน 40!!

มาตามอ่านบันทึกปฏิบัติการลับ หารักของสาวโสด เก่ง มั่น ทันสมัย วัย 38 คนนี้กันค่ะ
มันลุ้นมาก

เรื่องเล่าจากชีวิตจริงของสาวเก่ง ทันสมัย ประสบความสำเร็จในลอนดอนวัย 38 ปี เธอมัวแต่ทำงาน ใช้ชีวิตอย่างเพลิดเพลิน จนมาถึงวันหนึ่ง เมื่อเธอรู้สึกตัวอีกทีก็อายุ 38 แล้ว โดยไร้ชายข้างกาย เธอมีทุกสิ่งอย่าง เธอพร้อมที่จะสร้างครอบครัวกับชายนิสัยน่ารักสักคน และรีบมีลูกโดยทันที เพราะเธอรู้ดีว่า เวลาของมดลูกเธอมีจำกัด เธอจึงได้เริ่มปฏิบัติการลับสุดยอดสาวโสด ฉันจะต้องแต่งงานให้ได้ก่อน 40!! เธอทำวิถีทางที่เพื่อนๆหรือใครก็ตามแนะนำ เธอกูเกิ้ลวิธีเพิ่มเติมทางอินเตอร์เน็ต เธอไปๆๆๆๆ ร่วมกิจกรรมทุกอย่างที่ลอนดอนมี ไม่ว่าจะเป็นสปีดเดทติ้ง ดินเนอร์เดท แชทหาคู่ออนไลน์ ไปออกงานสังคม ไปทริปคนโสด ไปใช้บริการจัดหาคู่

หากคุณชอบอ่านหนังสือแนว Kinsella หรือ Bridget Jones ที่แสนโด่งดัง คุณจะวางหนังสือจากชีวิตจริงเรื่องนี้ของ Sarah Bridge ไม่ลงอย่างแน่นอน

 

 

ปฏิบัติการลับสุดยอดสาวโสด

ฉันจะต้องแต่งงานให้ได้ก่อน 40!! 

First Catch Your Husband:

Adventures on the Dating Front Line 

 

ผู้เขียน:             Sarah Bridge

แปลโดย:          ภัทรานุช กิจเจริญ

เรียบเรียง:        คุณบี–แม่สื่อ/ผู้ฝึกสอนการออกเดทชื่อดัง

บริษัท แบงคอก แมทชิ่ง จำกัด

  

ราคา 338 บาท 

จำนวนหน้า 472 หน้า

วิธีสั่งซื้อ

1. หนังสือเป็นเล่ม ได้ที่ร้านหนังสือทั่วประเทศ แต่หาง่ายที่สุดที่ร้านนายอินทร์ ทุกสาขาค่ะ(หากหาหนังสือบนแผงไม่พบ กรุณาสอบถามพนักงานขายนะคะ ;))

3. สามารถสั่งซื้อหนังสือได้ที่บริษัท 
แบงคอก แมทชิ่ง ไม่คิดค่าจัดส่งไปรษณีย์ค่ะ 
โดยให้โอนเงินราคา 338 บาท/เล่ม มายังชื่อบัญชี บริษัท ฮักแต๊แต๊ จำกัด
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาซอยทองหล่อ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 255-1-28273-4

เมื่อโอนเงินเรียบร้อยแล้ว กรุณาสแกน Slip การโอนเงินที่แสดงว่า การโอนเงินเสร็จสมบูรณ์แล้วเท่านั้น มาที่ order@hugtaetae.com พร้อมชื่อที่อยู่โดยละเอียด และเบอร์มือถือที่ติดต่อสะดวก ที่จะให้จัดส่งหนังสือไปให้ทางไปรษณีย์ด้วยค่ะ

ปกติ จะใช้เวลาประมาณไม่เกิน 14 วันจากวันที่ชำระเงิน ก็จะได้รับหนังสือค่ะ

รายได้ส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ จะถูกนำไปใช้จ่ายในโครงการ “Make a Wish” Project โครงการหาคู่ฟรีให้คนพิการของเรา

 

ตัวอย่างให้อ่านสนุกๆค่ะ 

3.

เมื่อเพื่อนยื่นมือเข้ามาช่วย 

ฉันไม่เคยต้องไล่ล่าตามหาผู้ชาย โอเค ฉันเคยแอบหลงรักผู้ชายบ่อยๆ เฟลิ๊ตเล่นๆกับพวกเขา อาจจะด้วยการชวนเขาไปหาอะไรดื่ม หรือพยายามหาเรื่องพูดคุยกับพวกเขาในงานปาร์ตี้ แต่ฉันไม่เคยออกเดทแบบเป็นงานเป็นการเลย

สาวอังกฤษก็เป็นอย่างนี้ เราแทบไม่เคยได้ออกเดทเป็นเรื่องเป็นราว เหมือนมีกฎอะไรสักอย่างที่บังคับให้ฉันและเพื่อนสาวทุกคนในประเทศนี้ต้องออกไปดื่มจนเมามาย และลงเอยด้วยการนัวเนีย หรือหลับนอนกับผู้ชายสักคน และเมื่อคุณผ่านจุดนั้นไปแล้ว ก็กลายเป็นว่าคุณและเขาได้ทำความรู้จักกันไปเองอย่างไม่รู้ตัว

ขั้นต่อไป คุณและเขาก็จะมีอะไรกันต่อไปเรื่อยๆ มีการเริ่มออกไปเที่ยวกันสองคนโดยไม่มีโขยงเพื่อนตามไปด้วย ต่อจากนั้น คุณก็จะย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน ไม่นานก็วางแผนแต่งงานและมีลูก หรือถ้าโชคร้ายแบบฉัน คุณก็จะค้นพบความไม่เข้ากันบางอย่างขึ้นมาเสียเฉยๆ หรือไม่ก็หมดรักกันไปเองโดยไม่รู้ตัว แล้วก็ต้องแยกย้ายกันไปในที่สุด

ที่นิวยอร์ค อะไรๆจะต่างกว่านี้นิดหน่อย แม้ว่าพวกเขาจะมีหลักการ ‘เมาแล้วมีเซ็กส์’ เหมือนกันกับที่อังกฤษ แต่พวกเขาก็จะมีการเดทเป็นเรื่องเป็นราวด้วย เช่นนัดเจอกันที่ร้านกาแฟ หรืออาร์ต  แกเลอรี่ตอนสิบโมงเช้า แต่สำหรับฉัน อย่าว่าแต่ออกไปเจอกันตอนเช้าเลย แค่จะนัดเดทกันโดยไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมด้วย ฉันยังงงเลยว่าจะเป็นไปได้อย่างไร แต่ตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องจำเป็นที่สุดสำหรับฉันที่จะออกไปข้างนอก เพื่อไปตกหลุมรัก และเป็นที่รักของผู้ชายดีๆสักคนให้เร็วที่สุด แม้ว่าฉันจะหลงรักวิลเป็นเวลาถึงสองปี แต่ระหว่างนั้นฉันก็ยังมีความสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราว และเปิดรับหนุ่มๆที่เข้ามาทำความรู้จักบ้าง เพียงแต่เรื่องของวิลทำให้ฉันสูญเสียความมั่นใจบางอย่างไปอย่างแรง

ได้เวลาที่ฉันจะต้องกู้ความมั่นใจกลับมา แต่จะเริ่มยังไงนี่สิ

คืนนั้น ระหว่างทางกลับบ้าน ฉันเขียนชื่อคนมีคู่ทุกคนที่ฉันรู้จัก ตั้งแต่เพื่อนสนิท สมาชิกในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน เพื่อนเก่าที่นานๆเจอที ไปจนถึงเพื่อนของเพื่อนที่ฉันเคยได้พบ

ท้ายที่สุด ฉันก็ได้รายชื่อยาวเป็นหางว่าว และ 99% ของพวกเขาพบคู่ชีวิตผ่านสามช่องทางต่อไปนี้ ที่ทำงาน เพื่อนของเพื่อน ที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ถ้าคุณไม่ได้พบคู่จากสามช่องทางที่กล่าวมา ก็ดูเหมือนว่าโอกาสที่คุณจะลงจากคาน ดูจะน้อยนิดนัก

ไม่ยุติธรรมเลย ฉันก็เจอแฟนเก่าแต่ละคนของฉันผ่านทางช่องทางพวกนี้แหล่ะ แต่มันก็ไม่เวิร์คเลยสักคน สมัยเรียนฉันก็มองหาผู้ชายดีๆจนตาแทบหลุด พอมาทำงาน บรรดาผู้ชายที่ทำงานก็ล้วนแล้วแต่แต่งงานแล้ว ยกเว้นผู้ชายที่ฉันตกหลุมรักหัวปักหัวปำ ที่กำลังจะเป็นเจ้าบ่าวในไม่ช้านี้ แถมตอนนี้บรรดาเพื่อนๆที่แต่งงานแล้วของฉันทุกคน ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวว่า ไม่รู้จักหนุ่มโสดสักคน ดังนั้นฉันคงต้องหาช่องทางใหม่ๆด้วยตัวเองเสียแล้ว

ฉันเริ่มสำรวจความเห็นจากเพื่อนๆ โดยการแย็บถามเนียนๆว่า ‘นี่เธอรู้ไหมว่าคนนั้น คนนี้เจอกันได้ยังไง’ ก่อนที่จะทนอ้อมค้อมไม่ไหวจนต้องโพล่งออกไปว่า ‘ฉันต้องหาผู้ชายสักคน เธอรู้ไหมว่าจะหาได้ที่ไหน’

บางครั้งฉันก็รู้สึกสมเพชตัวเองที่ทำตัวเป็นสาวโสดที่พยายามกระเสือกกระสนลงจากคาน อันที่จริงใครๆก็รู้กันทั้งนั้นแหล่ะว่าฉันไม่มีแฟน แล้วฉันก็แฮปปี้ดี แต่การพยายามทำตัวให้เลิกโสดเนี่ย เป็นความรู้สึกที่ฉันไม่เคยประสบพบเจอมาก่อนเลย และบอกตรงๆว่ามันก็น่าอายอยู่เหมือนกัน มันเหมือนฉันกำลังตะโกนบอกใครต่อใครว่า ‘หาผู้ชายให้ฉันคนสิ! คนไหนก็ได้!’ น่าสมเพชไหมละ แต่ฉันไม่มีทางเลือก นอกจากบอกเพื่อนๆไปอย่างนั้น ใช่ ก็ฉันอยากมีแฟน จบนะ

เพื่อนสนิทส่วนมากของฉันเป็นผู้ชาย เราขลุกอยู่ด้วยกันในช่วงอายุยี่สิบกว่าๆ เมาแอ๋อยู่ที่ผับ และนั่งมองชีวิตรักคบๆเลิกๆของกันและกันมาตลอด แล้วอยู่ดีๆพวกเขาก็แต่งงานไปกันหมดโดยที่ฉันไม่ทันรู้ตัว อลันมีลูกสามคนและย้ายไปอยู่ที่กิลด์ฟอร์ด แจ๊คมีลูกสองคนอาศัยอยู่ที่ดอร์คคิง ไคลฟ์มีลูกสองและย้ายไปอยู่ที่เสตร็ทแธมฮ์ แอชมีลูกสองคนอยู่ที่เพกซ์แฮม แม็กซ์ลูกสองอยู่ที่ทวิกเกนแฮม

พวกเรายังนัดเจอกันอยู่บ่อยๆ แต่เดี๋ยวนี้จะนัดทีต้องวางแผนล่วงหน้ากันนานมาก และส่วนมากพวกเขาจะมีวลีอย่าง ‘ขอปรึกษาคุณนายก่อน’ และ ‘ต้องขออนุญาตก่อน’ พวกเขาทั้งหมดไม่ได้ออกเดทมานานเป็นชาติแล้วเหมือนกัน—สองในห้า พบแฟนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย อีกสามคนที่เหลือ รู้จักแฟนผ่านทางเพื่อนของเพื่อน—แปลว่า พวกเขาก็ไม่สามารถให้คำปรึกษาฉันในเรื่องหาคู่ได้ดีเท่าไหร่นัก

ที่ฉันปลื้มก็คือ เพื่อนๆพวกนี้ของฉันไม่เคยพูดว่า ‘มีผู้ชายโสดอีกตั้งเยอะแยะน่า!’ อาจจะเป็นเพราะพวกเขาย้ายไปอยู่ชานเมืองที่เป็นแหล่งรวมตัวของแฟมิลี่แมน พวกเขาก็เลยไม่แน่ใจว่าโลกนี้ยังมีหนุ่มโสดเหลืออยู่บ้างหรือเปล่า แต่พวกเขาก็มีคำแนะนำดีๆให้ฉันเสมอ

‘หาคู่ในเน็ตสิ เว็บไซต์พวก การ์เดียน โซลเมท, แมทช์ดอทคอม ไง ฉันรู้จักคนที่ทำงานคนหนึ่งที่รู้จักแฟนผ่านทางนั้นนะ’

‘ไปสมัครเรียนซ่อมรถสิ แต่ตอนนี้ได้ยินว่า มีแต่ผู้หญิงลงเรียนนะ เพราะกะจะไปหาแฟนกันนี่แหล่ะ’

‘ไปงานแต่งงานสิ มีคนหาแฟนได้จากงานแต่งงานเพียบ’

‘จูงหมาเดินเล่นไหม เห็นพวกดาราชอบเจอแฟนตอนจูงหมาเดินเล่นนะ’

‘หาเรื่องชวนผู้ชายคุยที่เซนท์บูรี่สิ ยืนรอแถวๆแผนกผักผลไม้แล้วก็คอยให้คำแนะนำผู้ชายเกี่ยวกับลูกเมล่อนก็ได้’

ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคำแนะนำพวกนี้มันใช้ได้จริงบ้างหรือเปล่า แต่ฉันยังไม่มีแพลนไปงานแต่งงานในระยะใกล้นี้ ไม่มีหมาสักตัวให้จูงเดิน และถ้าจะให้ไปเดินตามผู้ชายที่เข็นรถเข็นบรรจุผักผลไม้ในซุปเปอร์มาร์เก็ต ฉันว่าฉันไปบวชดีกว่า

แต่หาคู่ผ่านทางเว็บไซต์นี่สิ—ฉันไม่ได้นึกถึงมันมาก่อนเลย บางทีอาจจะถึงเวลาที่ฉันต้องลืมความคิดที่ว่า ‘แหม มันไม่ค่อยโรแมนติกเลยแฮะ’ แล้วเริ่มท่องอินเตอร์เน็ตสักที

แต่ฉันอยากเจอผู้ชายเยอะๆ อย่างรวดเร็วด้วย เผื่อว่าจะมีใครสักคนที่จะช่วยให้ฉันลืมวิลได้บ้าง ฉันต้องการเจอผู้ชายโสดจำนวนมากอย่างด่วนที่สุด

เพื่อนๆของฉันมองหน้ากันไปมา

‘ไม่เอาที่แคลปแฮม แกรนด์นะ’ ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด แคลปแฮม แกรนด์เป็นผับที่การันตีได้ว่าคุณจะต้องถูกจีบอย่างแน่นอน แต่คุณจะเลือกมากไม่ได้นะ และคุณต้องอายุไม่เกินสามสิบด้วย ครั้งสุดท้ายที่ฉันไปที่นั่นฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นยายแก่อายุ 500 ปี

‘ไม่หรอก’ แม็กซ์ปลอบ ‘พวกเรามีคำตอบให้เธอแล้ว ผู้ชายเยอะๆในเวลาอันรวดเร็วใช่ไหม’

‘โอ๊ย ไม่นะ’

‘ใช่แล้ว’ เขาบอก ‘สปีดเดทติ้ง คือคำตอบสุดท้าย’

 

4

เวลาไม่รอท่า 

ฉันเดาอยู่แล้วเชียวว่าพวกเพื่อนๆของฉันต้องแนะนำสปีดเดทติ้งแน่ๆ ก็เลยไม่เซอร์ไพรซ์เท่าไหร่นัก จริงๆแล้วแม็กซ์ไม่ใช่คนแรกที่เคยแนะนำกิจกรรมนี้กับฉันหรอก ฉันเคยนั่งดื่มกับใครสักคนและได้เปรยๆเรื่องความยากในการหาผู้ชายดีๆสักคน

‘เธอกำลังหาแฟนอยู่เหรอ’ พวกเขาถาม ราวกับว่าการที่ฉัน ผู้ซึ่งเปล่าเปลี่ยวเอกามาเป็นเวลานาน เกิดอยากจะมีแฟนสักคนเป็นเรื่องแปลกประหลาดมากอย่างนั้นแหล่ะ ‘งั้นลองสปีดเดทติ้งดูสิ’

พวกเขาแนะนำเรื่องนี้ด้วยโทนเสียงแบบนางฟ้าผู้ใจดีในเรื่องซินเดอเรลล่า ที่กำลังเสกรถฟักทองให้ฉัน

‘หาสามีอยู่หรือจ๊ะสาวน้อย ถ้าอย่างนั้นลองเวทมนต์บทใหม่ที่ฉันเพิ่งค้นพบดูสิ สปีดเดทติ้งไงล่ะ เดี๋ยวฉันจะโบกไม้กายสิทธิ์เดี๋ยวนี้แหล่ะ…’

ส่วนตัวฉันคิดว่า สปีดเดทติ้งไม่ใช่หนทางที่จะทำให้ฉันพบเจ้าชายในฝันเป็นแน่ แต่ดูเหมือนคนรอบข้างของฉันจะมองต่างไปเสียหมด

คนเดียวที่คิดเหมือนฉันในเรื่องนี้ก็คือหนึ่งในเพื่อนร่วมงานเขาพูดว่า ‘สปีดเดทติ้งเหรอ มันสุ่มไปหน่อยนะ คิดดูสิ โอกาสมันเหมือนหนึ่งในล้านน่ะ’ เขาหยุดคิดนิดหนึ่งก่อนจะเสริมว่า ‘แต่ว่าเพื่อนผมคนหนึ่งก็ได้แต่งงานกับคนที่เจอในสปีดเดทติ้งนะ’

แหม ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ฉันให้เขาซื้อลอตเตอรี่ให้ดีกว่า

เป็นที่แน่นอนว่าเพื่อนรักของฉันทุกคน ไม่มีใครเคยไปร่วมงานกิจกรรมหาคู่แบบนี้เลย เพราะพวกเขาต่างมีแฟน แต่งงาน และไม่มีโอกาสมานั่งคร่ำครวญน่าสมเพชอย่างฉันไงล่ะ พวกเขาแค่เคยได้อ่านเรื่องของ สปีดเดทติ้งตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือแมกกาซีน แล้วก็มโนเอาว่าการได้เจอผู้ชายโสดเป็นสิบๆคน ทำความรู้จักกันอย่างรวดเร็วและลึกซึ้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายในสามนาที และตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นสามีภายในสามนาทีนั้น มันเป็นกิจกรรมที่น่าจะเวิร์คสุดๆ

แต่ในโลกของความเป็นจริง มันคือทางลัดไปสู่ความเศร้า เสียเซลฟ์ และการเมาค้างได้เร็วที่สุด

ฉันเคยมีประสบการณ์สปีดเดทติ้งกับเขาครั้งหนึ่งเมื่อไม่กี่ปีก่อน ด้วยไอเดียที่ว่า ‘ก็ไม่มีอะไรจะเสียนี่นะ’ (ที่เคยทำให้ฉันสยองมาแล้วกับการเดทหนุ่มสูทสีเขียวกิ้งก่าคนนั้น)’ ตอนนั้นฉันลากโจ เพื่อนคนหนึ่งของฉันไปสปีดเดทติ้งตามโฆษณาที่เห็นจากหนังสือ ไทม เอาท์ งานนั้นจัดที่บาร์ใต้ดินสุดเก๋หัวมุมถนน เบิร์คเลย์ สแควร์ ใจกลางลอนดอน โดนเสียค่าตั๋วคนละ 20 ปอนด์ไม่รวมเครื่องดื่ม ทั้งๆที่ฉันว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์น่าจะเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในงานนั้นเลยนะ

เมื่อเราไปถึง ก็พบกลุ่มผู้หญิงโขยงใหญ่ต่อคิวรอลงทะเบียนเข้างาน โดยแทบไม่มีชายหนุ่มเลย พวกเขาหายไปไหนกันหมดเนี่ย

ในที่สุดเราก็พบหนุ่มๆ พวกเขาไปออกันอยู่ที่บาร์ เทเครื่องดื่มลงคอเพื่อดับความประหม่า พวกเขาดูตื่นเต้นและประหม่า  ผู้หญิงบางคนเข้าไปคุยกับหนุ่มที่เธอหมายตา อันที่จริงไม่จำเป็นต้องดำเนินกิจกรรมสปีดเดทติ้งก็ได้นะ แค่ทำตามวิถีออกเดทแบบอังกฤษดั้งเดิม

แต่มันไม่ควรเป็นแบบนั้น จู่ๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเป่านกหวีดเรียกพวกเราให้หันมาฟัง เธอแจกแจงกำหนดการและกติกาให้พวกเราฟัง เวลาแต่ละช่วงค่อนข้างกระชั้นชิด รอบหนึ่งจะมียี่สิบคู่ คู่หนึ่งจะมีเวลาคุยกันสามนาที ฝ่ายหญิงจะเป็นคนนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะ ส่วนฝ่ายชายจะเป็นคนเดินวนไปรอบๆจากโต๊ะหนึ่งสู่โต๊ะหนึ่ง ทุกคนจะมีสติ๊กเกอร์ติดหมายเลขของตัวเองเอาไว้บนอก และจะมีกระดาษและปากกาสำหรับให้คะแนน ในกระดาษจะมีหมายเลขของพวกเราทุกคนยาวเป็นแถวลงไป และเมื่อการทำความรู้จักกันจบลง คุณก็ต้องติ๊กในช่อง yes หรือ no ซึ่งจะอยู่ข้างๆหมายเลขของพวกเรา  ซึ่งนั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากจะเจอคนๆนั้นอีกหรือไม่ ดังนั้น ทุกคนต้องจำหมายเลขของคนที่คุณถูกใจดีๆนะ โอเค ทุกคนเข้าใจตรงกันนะ งั้นเริ่มเลย ปรี๊ดดดดดดดด!

ปรากฏว่าจำนวนคนเข้าร่วมกิจกรรมเยอะกว่าที่ฉันคิดเอาไว้—ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงมีคนมองว่ากิจกรรมนี้จะได้ผล—จึงมีการแบ่งรอบสปีดเดทติ้งออกเป็นสองรอบ

 

คำนำสำนักพิมพ์

ในฐานะเจ้าของสำนักพิมพ์ฮักแต๊แต๊ และบริษัทจัดหาคู่    แบงคอก แมทชิ่ง บีได้โหลดหนังสือเล่มนี้มาอ่านสักพักใหญ่ๆแล้ว เพื่อตามข่าวสาร เก็บข้อมูลและความเป็นไปในสังคมคนโสดทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งเมื่อได้อ่าน ก็พบว่าเป็นหนังสือที่สนุก น่าติดตามเป็นอย่างมาก เป็นอีกเล่มหนึ่งที่บีอ่านเพลินแบบวางไม่ลง แถมยังมีตลกจิกกัดแซมอยู่ทุกหน้าเลยทีเดียว

หนังสือเล่มนี้ เป็นเรื่องจริง ชีวิตจริงของซาร่าห์ผู้เขียน ซึ่งเป็นหนึ่งในหญิงแกร่ง ทำงานเก่งวัย 38 (เหมือนหญิงเก่งคนอื่นๆอีกมากมายทั่วโลกในเมืองใหญ่) ซาร่าห์มีแรงฮึดเป็นอย่างมากในการพยายามตามหาชายในฝัน เธอต้องการจะแต่งงานก่อนที่เธอจะอายุ 40 เพื่อที่เธอจะได้มีลูกได้ทันเวลา เธอพยายามทำทุกวิถีทางที่เธอจะสรรหากูเกิ้ลได้ ไม่ว่าจะเป็นการไปร่วมงานสปีดเดทติ้ง ทริปคนโสดสารพัด ดินเนอร์เดท ไปออกกำลังกายตามที่ต่างๆ ไปงานสังคม งานปาร์ตี้ ซาร่าห์ใช้อารมณ์ขันของเธอกล่อมเกลาจิตใจตัวเองตลอดเวลา ไม่ให้เธอยอมแพ้ไปเสียก่อน ในขณะที่เธอพยายามตามหาชายในฝัน เธอบังคับตัวเองให้ไปเข้าร่วมกิจกรรมหาคู่มากมาย ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพียงเพื่อจะตามหาเขาคนนั้น

บีหวังว่าหนังสือเล่มนี้ คงทำให้สาวๆได้ตระหนักว่า เวลาและอายุเป็นสิ่งสำคัญมากๆในการเริ่มหาคู่ ดังนั้น อย่ามัวแต่นอนรอพรหมลิขิต อย่าเสียเวลาคบคนที่ดูแล้วไม่มีทางที่คุณจะอยู่ด้วยอย่างมีความสุขได้ตลอดชีวิต เพราะสุดท้าย คุณไม่ได้มีเวลามากมายนักที่จะเลือกคนผิดแล้ว ผิดอีก หรือรอใครสักคนที่ไม่จริงจังกับคุณ และจริงๆแล้ว อะไรเป็นประเด็นหลักที่คุณควรจะมองหาในตัวว่าที่สามี

ด้วยสายงานของบี หลังจากบีอ่านหนังสือเล่มนี้จบ บีรู้ทันทีว่า ซาร่าห์สามารถมีคู่ได้นานแล้ว หากเธอรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุ บีรู้ดีว่า หญิงทุกคนสามารถมีคู่ได้ เพียงแต่คุณรู้วิธี บีไม่รู้ว่า ตอนนี้ คุณรู้วิธีหรือยัง อย่างไรก็ตาม บีขอให้กำลังใจหญิงโสดหาคู่ทุกท่านให้ได้เจอคนที่ดี ที่ใช่ในเร็ววันทุกท่านนะคะ

อนึ่ง ขอออกตัวสักนิดว่า ในบทแม่สื่อที่ซาร่าห์ได้กล่าวถึง บีขออนุญาตเรียนว่า บริษัทที่ประเทศอังกฤษและที่ประเทศไทย (ในที่นี้บีคงพูดได้เฉพาะแบงคอก แมทชิ่งเท่านั้น) มีการทำงานในบางประเด็นที่ไม่เหมือนกัน ที่แบงคอก แมทชิ่ง ทุกท่านต้องเสียค่าบริการเพื่อเข้ามาใช้บริการจัดหาคู่ของเรา และที่แบงคอก แมทชิ่ง แม่สื่อจะจับคู่ลูกค้าทุกท่านตามสเปคที่ต้องการที่แจ้งเอาไว้ในวันสัมภาษณ์ใช้บริการ และคุณลูกค้าทุกท่านสามารถปฏิเสธคนที่แม่สื่อเสนอให้ได้อย่างเสรี  ลูกค้าทุกท่านที่ใช้บริการจัดหาคู่ของเรามองหาความสัมพันธ์จริงจังเพื่อการแต่งงาน  และค่าบริการของเรา ถูกกว่าที่ประเทศอังกฤษมากค่ะ

สำหรับประเด็นการรอหกสัปดาห์ต่อหนึ่งเดทนั้น  สำหรับที่แบงคอก แมทชิ่ง ในการหาคู่ด้วยสเปคปกติ (ไม่ใช่ยากพิเศษอย่างขอเดทกับคนเรียนจบนอกเท่านั้น รายได้สองแสนขึ้นไปอย่างต่ำ ทางบ้านต้องมีธุรกิจส่วนตัว เจ้าตัวก็ต้องทำธุรกิจส่วนตัว อะไรอย่างนี้) ทางแบงคอก แมทชิ่งจะส่งโพรไฟล์คู่เดทไปให้พิจารณาอย่างน้อยที่สุดสองท่านต่อหนึ่งเดือนค่ะ สำหรับคุณลูกค้าที่ต้องการออกเดทกับชาวต่างชาติเท่านั้น (ซึ่งเป็นประชากรส่วนน้อยในประเทศไทย) โดยปกติ ทางเราจะส่งโพรไฟล์คู่เดทไปให้พิจารณาอย่างน้อยหนึ่งท่านต่อเดือน แต่อย่างที่แจ้งไว้ตอนแรก คุณลูกค้าทุกท่านมีอิสระเสรีทุกประการในการที่จะตอบรับ หรือตอบปฏิเสธการออกเดทกับบุคคลที่ทางแบงคอก แมทชิ่งเสนอ เพราะเราอยากให้คุณลูกค้าได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายด้วยตัวเอง ว่าอยากจะออกเดทกับคนที่สกรีนไปให้หรือไม่ เราเข้าใจดีว่า ปลูกเรือน ก็ต้องตามใจผู้อยู่น่ะค่ะ

ปล. สำหรับท่านที่อยากรู้ว่า ซาร่าห์ หน้าตาเป็นเช่นไร เพื่อการอ่านที่ออกรส สามารถกูเกิ้ลชื่อเต็มเธอ บวกชื่อหนังสือภาษาอังกฤษได้เลยค่ะ แล้วมานอนอ่าน ตามลุ้น ”ปฏิบัติการลับสุดยอดสาวโสด ฉันจะต้องแต่งงานให้ได้ก่อน 40!!” กันค่ะ

ด้วยรักและปรารถนาดี

บี

กันยายน 2557

RIGHT PARTNER - NO DIVORCE   แต่งไป ไม่หย่า


"DATING RIGHT/PICKING RIGHT" LEARNING CENTER
ศูนย์การเรียนรู้ "เดทถูกต้อง/เลือกคู่ถูกต้อง"
รับบริการปรึกษาปัญหารักได้ฟรีที่
loveguru@bangkokmatching.com
หากต้องการการ coach เป็นการส่วนตัว
(มีค่าบริการ) Mobile: 080 075 4333

  - หน้าแรก   - เรื่องเล่าความสำเร็จ   - ขั้นตอนการทำงาน   - ทำไมคุณถึงควรเลือกให้ แบงคอก แมทชิ่ง ช่วยคุณ   - กลุ่มสมาชิกหาคู่ของแบงคอก แมทชิ่ง   - ใบสมัครใช้บริการจัดหาคู่   - บริการของเรา   - บริการจัดหาคู่ระดับไฮเอนด์ เพื่อความสัมพันธ์จริงจัง และการแต่งงาน   - บริการปรับลุค และ ให้คำปรึกษาด้านการออกเดท   - หนังสือสอนการหาคู่ การออกเดทของเรา   - ติดต่อเรา   - แบงคอก แมทชิ่ง ในสื่อต่างๆ   - เกี่ยวกับเรา   - แผนผังเว็บไซต์   - Facebook Fanpage   - Twitter   - Instagram   - Youtube   -   -   - Blog   - คำแนะนำการหาคู่   - ข่าวสาร & โปรโมชั่น   - สื่อกับเรา   - หนังสือสอนหาคู่ของเรา   - ลูกค้าหาคู่สำเร็จ   - รีวิวจากลูกค้า   - บอร์ดประกาศหาคู่   - โครงการแบ่งปันให้สังคมไทย   - นโยบายการรักษาข้อมูล   - เงื่อนไขการใช้   - หาคู่   - หาคู่ต่างชาติ   - บริษัทจัดหาคู่   - เว็บหาคู่   - Thai dating   - Bangkok dating   - บริการหาคู่   - บริษัทหาคู่   - บริการจัดหาคู่   - จัดหาคู่   - หาเพื่อน   - หาแฟน   - หาแฟนต่างชาติ   - แม่สื่อ   - online dating   - thailand dating   - dating service   - matchmaking service
TOP