บริษัทจัดหาคู่ กระทู้สินสอดมาอีกแล้วค่ะ เอามาให้อ่านกันอีก เพราะบีเชื่อว่า เราจะรู้ว่าคนส่วนใหญ่คิดยังไง ก็จากการฟังเยอะๆๆๆๆๆ เอ้า มาดูเคสนี้กันค่ะ

09 ตุลาคม 2015 00:00 น.

บริษัทจัดหาคู่ Bangkok Matching จะมาคุยเรื่องกระทู้สินสอดค่ะ เพิ่งไปเจอมาจาก Pantip อีกแล้วค่ะ เอามาให้อ่านกันอีก เพราะบีเชื่อว่า เราจะรู้ว่าคนส่วนใหญ่คิดยังไง ก็จากการฟังเยอะๆๆๆๆๆ เอ้า มาดูเคสนี้กันค่ะ

 

 

ทะเลาะกับแฟน ทำแม่ร้องไห้ เพราะเรื่องจะหมั้นและแต่งงานค่ะ ถามหน่อยค่ะตอนจะแต่งใครหาสินสอดคะ

เราพึ่งจบ ตอนนี้ต่อโทปีแรก แฟนเราพึ่งเริ่มทำงาน แต่แม่เราอยากให้แฟนมาหมั้นไว้ก่อนแล้วกำหนดวันว่าจะแต่งปีไหน อีก 2ปี3ปีว่ากันไป เพราะประเพณีที่บ้านเราผู้ใหญ่เค้าจะถามว่าหมั้นแล้วจะแต่งปีไหน ตอนแรกแฟนเราบอกหมั้นขอเป็นปีหน้า(ตอนนั้นเค้าอาจพูดไปเฉยๆมั้ง)แต่แต่งยังไมรู้ แต่ตอนนี้เค้าเครียดมากเวลาพูดถึงเรื่องนี้ เค้าอยากจะเลื่อนทั้งหมั้นและแต่งไปซักไกลๆ กี่ปีเค้าก็ยังไม่แน่ใจ ตอนนี้เราเครียดแทนทั้งแฟนและแม่เลย
เหตุผลของแม่คือ

1.พ่ออายุมากแล้ว(พึ่งเกษียณเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา) ลูกเพื่อพ่อคนอื่นแต่งไปหมดแล้ว เป็นประธานแต่งงานให้ก็หลายคู่แล้ว ไม่ถึงงานลูกตัวเองซักทีจนพ่อเกษียณ (คือพ่อแม่เรามีลูกช้าค่ะ เราอายุน้อยสุดในบรรดาลูกๆเพื่อนเค้า) แม่บอกสงสารพ่อค่ะ อยากให้พ่อได้สัมผัสกับวันแบบนี้ของลูกก่อนแก่ไปมากกว่านี้ สำหรับเค้าแล้วเค้าคิดว่าเค้าเหลือเวลาน้อยแล้วค่ะ

2.แม่ไม่สบายไม่รู้จะอยู่ถึงวันไหน อันนี้เค้าป่วยค่ะเป็นหลายโรค แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นรุนแรงนะคะ

3.แม่กลัวว่าแฟนเราจะทิ้งเรา ไม่รับผิดชอบ อนาคตต่อไปเราอาจหมดคุณค่าสำหรับแฟนเราก็ได้ (ตรงนี้เราเข้าใจว่าแม่ห่วง หวังดี) แม่บอกว่าเรามีแต่เสียกับเสีย ผู้ชายแก่ไปเค้าทิ้งหาใหม่ได้ง่ายๆ แต่ผู้หญิงแก่แล้วหาแฟนใหม่ยาก

เหตุผลของแฟนคือ

1.ยังเด็ก พึ่งทำงาน เงินจะหามาจากไหนมาหมั้น มาแต่ง (อันนี้เราเห็นด้วยกับแฟน เราเองก็ไม่พร้อม พี่ๆคนอื่นก็แต่งกัน 27-28 แม่เราเค้าก็รู้ เค้าเหมือนจะเข้าใจตรงนี้ แต่สุดท้ายก็พูดเหมือนไม่เข้าใจ พูดเหมือนเดิม)

2.แฟนบอกไม่อยากกำหนดวันว่าจะไปหมั้น ไปแต่งวันไหน อยากไปเรื่อยๆ จนกว่าเค้าจะพร้อม ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าอีกนานแค่ไหน อาจซักอายุ 30ปี (ปัจจุบัน24 ถึงตอนนั้นพ่อเราก็ 66ปี สำหรับเราไม่แก่นะ แต่สำหรับพ่อแม่เค้าคิดว่าเค้าแก่เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว แม่พูดมาแบบนี้เราร้องไห้เลย)

3.แฟนเราเค้าไม่อยากรบกวนพ่อแม่เรื่องสินสอด เพราะเค้าก็เห็นใจพ่อแม่เค้าเหมือนกัน

ตอนนี้เราบอกแม่และแฟนไปตามนี้แล้ว แฟนและแม่เหมือนเข้าใจแต่ก็ยังยึดในเหตุผลของตัวเอง แฟนก็เครียด ทำงานก็ไม่สะดวกเพราะเครียดเรื่องนี้ แม่เราก็ซึมไปเลยหลังจากที่เราอธิบายเหตุผลของแฟนให้ฟัง 1.เราอยากรู้ว่าคนอื่นเจอเรื่องนี้มั้ยแล้วแก้ปัญหายังงัยเพราะทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง 2.สินสอดตอนจะแต่งใครหาคะ ผู้ชาย หรือหารกัน แล้วผู้ชายเค้าเอามาจากพ่อแม่เค้าด้วยมั้ย เพราะแถวบ้านเราพ่อแม่ช่วยออกทุกคนเลย

เพิ่มเติม 1 ล้านมากไปมั้ยคะ แต่แม่เราบอกนะว่าในนี้ก็จะหักค่างาน ค่าใช้จ่าย และก็จะให้คืนฝ่ายชายไปส่วนนึงด้วย แต่ถ้าหาได้ไม่ถึงก็ไม่เป้นไร แม่เราบอกเอาที่สะดวกใจ

พ่อแม่แฟนก็ฐานะกลางๆค่ะ พออยุ่พอกิน อยากได้อะไรก็ได้ แต่ก็ไม่ถึงกับรวย พ่อแม่เค้าน่าจะรวยกว่าพ่อแม่เราด้วยเพราะเค้ารับเหมา ส่วนทางเรารับราชการค่ะ

แฟนเค้าไม่กล้าไปพูดกับพ่อแม่ค่ะ เค้าเกรงใจพ่อแม่เค้ามาก เค้ายืนยันที่จะหาเงินมาแต่งงานเองทุกบาทเพราะเค้าเชื่อว่าจะเอาลูกคนอื่นมาต้องเลี้ยงเค้าให้ได้ ไม่งั้นก็ไม่ต้องเอามา เราเข้าใจเค้าตรงนี้แต่ก้แอบอยากทำตามใจแม่เพราะสงสารแม่

--------------------------------------------------------------------------------------
สินสอด 1 ล้าน ใครว่าน้อยคะ เราว่ามากจนเกินไปด้วยซ้ำ เรียกขนาดนี้ไม่ได้เห็นใจฝ่ายชายเลย ฝ่ายชายพึ่งจะเริ่มทำงานจะไปหามาจากไหนขนาดนั้น จะให้ไปขอจากพ่อแม่ฝ่ายชายเหรอ ???? ส่วนตัวเรากลับนับถือว่าฝ่ายชายนะ ที่ไม่คิดรบกวนพ่อแม่ กลับกลายเป็นบ้านฝ่ายหญิงที่คิดเอาแต่ได้อย่างเดียว คืออยากให้ลูกตัวเองแต่งงานเพราะไปอยู่กินกับฝ่ายชายแล้ว กลัวลูกโดนทิ้ง แต่กลับเรียกสินสอดซะสูงเชียว

ทำแบบนั้นเท่ากับคิดจะไล่ฝ่ายชายชัดๆ คนเราถ้าเห็นใจกัน อยากให้ลูกสาวแต่งงานจริง มันควรยอมลดลงบ้างไอ้เรื่องสินสอดเนี่ย เรียกขนาดนี้ ถ้าแฟนคุณทิ้งคุณไปเพราะทนโดนแม่คุณกดดันไม่ไหว เราจะไม่แปลกใจเลยจริงๆ แทนที่จะคิดว่าไหนๆลูกสาวก็ไปอยู่กินกับผู้ชายแล้ว แต่งพอเป็นพิธีก็พอแล้ว นี่อะไรเร่งให้เค้ามาหมั้นมาแต่งแล้ว ยังเรียกสินสอดซะกะไม่ให้ฝ่ายชายตั้งตัวกันเลย

อย่าถามเลยว่าปกติใครออก คนเราถ้าอยากแต่งงานกัน ถ้าเห็นใจกันมันก็ควรช่วยกันนะคะ ไม่ใช่ถือคติว่าเธอต้องหามาแต่งกับชั้นนะ ชีวิตคู่ ถ้าเริ่มด้วยความเห็นแก่ตัวแบบนี้ คิดว่าจะไปกันรอดเหรอ ถ้าแฟนคุณถอยก็อย่าได้โทษใครเลยจริงๆ
--------------------------------------------------------------------------------------
ตอนแรกที่อ่านเห็นใจฝ่ายชาย และงงว่าแม่คุณจะรีบให้ลูกแต่งไปไหน ทำยังกะคุณหาใครไม่ได้แล้ว
หรือหมดจากคนนี้คงขึ้นคานแน่ ซึ่งเราอ่านแล้วเรารู้สึกว่าฝ่ายชายไม่ค่อยอยากผูกมัดเร็วเกินไป
เพราะถ้าเค้าอยากได้คุณจริง ๆ ก็ต้องเป็นฝ่ายกระตือรือล้นมาต่อรอง มาเอาใจแม่คุณ เผื่อแม่ยายจะเห็นใจ

พออ่านต่อมาถึงทราบว่าคุณอยู่กินกะแฟนแล้ว มันก็สมควรอยู่หรอกที่แม่คุณจะเร่งปานนั้น
คุณน่ะไม่รู้สึกอะไรหรอก เพราะคนที่ต้องรับหน้าคอยตอบคำถามเพื่อน ๆ ญาติ ๆ น่ะคือแม่คุณ
แล้วท่านทั้งสองก็มีหน้าที่การงานเพื่อนฝูงเยอะแยะในสังคมราชการที่เค้าชอบอวดชอบโชว์ลูกเต้ากันอยู่แล้ว

เราว่าจขกท.รู้ว่าพ่อแม่เป็นคนแคร์สังคมก็ไม่น่าไปอยู่กินกับผู้ชายก่อน
ไอ้เราน่ะไม่ถือหรอกเพราะเราก็อยู่กินกะสามีก่อนแต่ง เพราะเราไม่ชอบแต่งงานไง แต่ที่แต่งเพราะแม่สามีจัดให้ก็เลยไม่อยากขัด
แม่เราก็ไม่ถือ และไม่แคร์ใครด้วย ลูกได้คนดีแม่เราก็ปลื้มแล้ว เลยไม่มีใครกล้าทักกล้าว่าเราเพราะแม่เราไม่ได้ทำท่าเสียใจหรืออายตรงไหน
ขนาดเราแต่งงานแม่เราก็ไม่ได้ตื่นเต้น และไม่เรียกสินสอดอะไรด้วย

ถ้าเราเป็นคุณ และเจอสถานการณ์แบบคุณ เราจะถามผู้ชายว่าไม่พร้อมตรงไหนบ้าง
ถ้าเป็นเรื่องเงิน ก็จะถามต่อว่ามีแพลนเก็บเงินยังไง (รึจะบอกไม่มี ๆ ไปเรื่อย ๆ)
ถ้าไม่มีคำตอบที่น่าพอใจ เราก็จะเก็บเสื้อผ้าออกมาเลย บอกว่าให้เค้าพร้อมเมื่อไหร่เราค่อยมาอยู่ด้วยกัน
เพราะเราไม่เชื่อหรอกว่าเรื่องเงิน ในเมื่อแม่คุณก็บอกแล้วว่าจะออกให้ก่อน แถมไม่ได้ยืนยันว่าจะเอาล้านนึงด้วย
(จขกท.มาบอกหลายทีแล้วว่าล้านนึงไม่ใช่ประเด็น แค่ว่าได้ก็ดี ไม่ได้ไม่เป็นไร เผลอ ๆ แถมให้
แม่จขกท.แทบจะใส่พานอยู่แล้ว ขอแค่ผู้ชายมาเจรจา คนตอบก็ยังจะไปย้ำกันอยู่นั่นว่าตั้งล้าน)
เราว่าที่เค้าไมีทำอะไรเพราะเค้าไม่มั่นใจที่จะแต่งกับคุณมากกว่า
--------------------------------------------------------------------------------------
อ่านดูแล้วเหนื่อยใจแทน

จากที่จขกท.มาตอบในคคห.อื่นๆเพิ่มว่าอยุ่กินกับแฟนแล้ว พ่อแม่ย่อมเป็นห่วง คือคุณเป็นสามีภรรยาโดยพฤตินัยไปแล้ว แต่ดันไม่แต่งงานเป็นทางการ ไม่มาขอกันตรงๆ ผู้ชายก็ดูบอกปัด เหมือนไม่ได้วางแผนแต่งงานเลย

อันที่จริงเพิ่งเริ่มทำงาน ไม่มีเงินจริงครับ แต่อยู่กันฉันท์สามีภรรยาขนาดนี้ ก็น่าจะวางแผนอนาคตบ้างแล้ว ไม่มีเงินตอนนี้ก็ไปพูดตรงๆกับพ่อแม่ฝ่ายหญิง ขอผูกข้อมือก่อน หมั้นไว้ก่อน หรือจดทะเบียนกันเลยแล้วจัดงานเลี้ยงเล็กๆก็ยังได้

เรื่องสินสอดขึ้นกับทางบ้าน เคยไปบ้านเขาไหม น่าจะมีเงินไหม ถ้าบ้านรวย มีเงิน มีรถราคาหลายล้าน ยังไงพ่อแม่เขาก็ต้องช่วย แต่ถ้าแบบบ้านยังต้องช่วยที่บ้านผ่อน หรือผู้ชายมีภาระผ่อนรถ ผ่อนคอนโด แบบนี้ ก็อาจจะไม่มีที่บ้านช่วยจริงๆ ก็ต้องเห็นใจ เก็บเงินแต่งงานเองขั้นต่ำ3-5ปี แต่ก็ต้องกล้าไปพูดกับพ่อแม่ฝ่ายหญิงตรงๆ ไม่ใช่พูดลอยๆว่าแต่งอีกกี่ปีก็ไม่รู้? จะร่วมสร้างครอบครัว หรือจะหลอกให้อยู่กินไปเรื่อยๆจนเบื่อกันแน่?

แต่ถ้าแบบที่บ้านมี แล้วมาพูดหล่อๆว่าจะออกเงินเอง แต่ไม่รู้เมื่อไร เขาเรียกบอกปัด พูดตรงๆคือเขาไม่ได้วางแผนแต่งงานกับคุณนั่นแหละ

ผมว่าพ่อแม่เขาไม่ได้หวังเงินหรอก แต่เขาห่วงคุณ จะโดนทิ้งเสียก่อน อยู่กินด้วยกันขนาดนี้ ยังไม่มีวางแผน แล้วจะมีอนาคตไหม?

ป.ล. เคสนี้คล้ายๆเคสคนที่รู้จักกัน เป็นแฟนอยู่ด้วยกัน ฝ่ายชายที่บ้านมีเงินมีกิจการส่วนตัว แต่พอถามเรื่องแผนแต่งงาน ก็อ้างนู่นอ้างนี่ว่าจะเก็บเงินเอง(แต่ก็ยังขอเงินที่บ้านซื้อรถซื้อคอนโดส่วนตัว) จนผ่านไปห้าหกปีก็ยังไม่ได้แต่ง สุดท้ายเลิก ผู้ชายเบื่อ ไปมีคนใหม่แล้วแต่งงานทันทีซะงั้น(ไหนบอกเก็บเงินอยู่หว่า?) เรื่องแบบนี้ผู้หญิงเสียมากกว่านะครับ เสียทั้งโอกาส และพ่อแม่ก็โดนชาวบ้านนินทา คนยุคใหม่อาจไม่แคร์ แต่พ่อแม่คุณเขาอาจจะแคร์
--------------------------------------------------------------------------------------
ผมนี่แหล่ะที่โดนสินสอด 1 ล้าน ไม่คืนด้วย ทั้งเงินทั้งทอง
ค่าจัดงานต่างหากอีกสี่แสนทอนมาสองพัน

ทุกวันนี้ผ่อนหนี้เดือนละเกือบสามหมื่น
แม้จะแต่งมาเกือบสองปีแล้ว แต่ทุกวันนี้ผมยังโกรธพ่อแม่เมียอยู่ เพราะผมเหนื่อยมากแต่ละเดือนที่ต้องหาเงินมาจ่ายในแต่ละเดือน
ทั้งต้นและดอกรวมๆกันเกือบสองล้าน

ขอเตือนคุณผู้ชายที่กำลังจะแต่งและโดนเรียกร้องสินสอดมากๆ
คุณอาจไม่สามารถยกเลิกการแต่งงานได้เนื่องจากความรักที่มีต่อผู้หญิง
แต่คุณสามารถเลื่อนระยะเวลาออกไปได้ เพื่อพิสูจน์ความรักของผู้หญิงที่มีต่อตัวคุณ ถ้าผู้หญิงรักคุณจริงก็ต้องรอเช่นกัน
"เรียกแพงได้ ก็ต้องรอได้"

และหากสินสอดมาจากการกู้ยืม ให้คุณคิดแง่ร้ายที่สุดเท่าที่คุณจะคิดได้ในการหาหนทางผ่อนชำระในแต่ละเดือน
ผมเชื่อว่า คุณผู้ชายทุกท่านไม่อยากให้เหตุการณ์เป็นไปอย่างนั้นหรอก แต่เชื่อสิ มันจะเป็นไปอย่างที่คิดไว้เต็มๆเลย
--------------------------------------------------------------------------------------
แฟนคุณไม่แต่งง่ายๆหรอก เพราะ 1 ล้านนั่นแหละ
อีกอย่าง คุณคบกันมากี่ปี ก่อนได้เงินก็บอกคืนให้ แต่ถ้าได้ไปแล้วไม่คืน ฝ่ายชายเหลืออะไรอ่ะ
คุณลองถามพ่อแม่สิคะ ว่าเงินล้านนึง พ่อกับแม่คุณใช้เวลาเก็บกันกี่ปี
ถ้าปีเดียวหาได้ แสดงว่าฐานะทางบ้านคุณดีมาก ดังนั้นคู่ครองคุณก็ควรจะเท่าๆเทียมกัน
ถ้าผู้ใหญ่อยากให้หมั้น ส่วนใหญ่เขาจะใช้คำว่า ตามแต่จะให้ ค่ะ
แล้วถ้าฝ่ายชายดี พ่อแม่คุณชอบฝ่ายชาย สินสอดเขาจะไม่เรียกสักบาท
กลับกันนะคะ ถ้าฝ่ายคุณดี ครอบครัวฝ่ายชายปลื้ม คุณเรียกล้าน
พ่อแม่ฝ่ายชายอาจให้ 2 ล้าน และฝั่งนั้นเขาจะหาทางรีบดองกับฝั่งคุณ
ตอนนี้เราอ่านๆมา คนอยากแต่งมีแค่พ่อกับแม่คุณ (และคุณด้วยรึเปล่า)
อีกฝั่งเขาไม่อยากแต่งเลย ตอนนี้เขาน่าจะเสียกำลังใจไปเยอะมากด้วย
ลูกผู้ชายจะแต่งเมีย ถ้าไม่ใช่ลูกแหง่ เขาไม่รบกวนพ่อแม่กันค่ะ มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี
และไม่อยากรบกวนพ่อแม่น่ะค่ะ
แต่อย่างที่บอก ถ้าคุณดีมากๆ ฝั่งนั้นเขาปลื้มคุณมาก พ่อแม่ฝ่ายชายจะจัดการออกหน้าแทนเลยค่ะ
คุณอยากรักษาความรักนี้ไว้ คุณต้องมองให้ครบทุกด้าน ใจเขาใจเรานะคะ
อยากแต่งจริงๆ คุณต่อรองสินสอดกับแม่คุณ แล้วเก็บคนละครึ่งกับฝ่ายชายมั้ยคะ
อีกประเด็น พากันไปจดทะเบียนสมรสก่อนค่ะ พร้อมค่อยแต่ง แค่นี้น่าจะโอเคมั้ย
--------------------------------------------------------------------------------------
ป้าถามตรงๆนะคะ หนูกับแฟนมีอะไรกันรึยังคะ
ถ้ายังไม่มีอะไรเกินเลยกันเหตุผลของแฟนฟังขึ้นค่ะ
ถ้าหนูมีอะไรเกินเลยกันไปแล้ว เหตุผลของแม่หนูดีกว่าโดยเฉพาะข้อ3

ผู้ชายวันเค้ายังไม้ได้เราหรือวันที่ได้กันใหม่ๆ บอกมห้เค้าแต่งงาน เค้าจะยินดีและเต็มใจมากกว่า การที่ทิ้งเวลาให้นานออกไปผู้ชายอาจจะเริ่มคิดใหม่ค่ะ..
แม่ของหนูท่านเป็นผู้ใหญ่ท่านอ่านขาด แต่ท่านพูดไม่ให้ช้ำเลยอ้างเรื่องคุณพ่อแก่แล้วมากกว่าค่ะ
--------------------------------------------------------------------------------------
... เราสงสารผู้ชาย

อย่างไรเขาคือคนอื่นนะคะไม่ใช่คนในครอบครัวคุณ (ตอนนี้สถานะคือแฟนแต่ก็ยังเป็นคนอื่นอยู่ดี)
ถ้าเขาต้องแต่งงานและหมั้นทั้งที่ไม่พร้อมขนาดนี้มันเพื่ออะไร

ขนาดยังไม่แต่งเลย ยังต้องอึดอัดขนาดนี้

เราว่าเขาคงไม่ใช่ผู้ชายที่บ้านคุณปรารถแล้วล่ะเราบอกตรงๆ

ผู้ชายคนนี้ยังเด็กและไม่พร้อม ชีวิตเขาเพิ่งเริ่มต้นยังต้องเก็บหอมรอมริบอีกนาน
ยังไม่รวมว่าเขาอาจยังเป็นที่พึ่งพาให้ครอบครัวเขาอีก ไม่ใช่เอาเงินทุกบาทมาขอสาวได้อย่างเดียว

คุณควรจะคุยกับคนในครอบครัวให้ได้ต้องคุยกับคนของตัวเอง

 

ที่มา pantip: http://pantip.com/topic/34277373

กลับ ถัดไป

RIGHT PARTNER - NO DIVORCE   แต่งไป ไม่หย่า


"DATING RIGHT/PICKING RIGHT" LEARNING CENTER
ศูนย์การเรียนรู้ "เดทถูกต้อง/เลือกคู่ถูกต้อง"
รับบริการปรึกษาปัญหารักได้ฟรีที่
loveguru@bangkokmatching.com
หากต้องการการ coach เป็นการส่วนตัว
(มีค่าบริการ) Mobile: 080 075 4333

  - หน้าแรก   - เรื่องเล่าความสำเร็จ   - ขั้นตอนการทำงาน   - ทำไมคุณถึงควรเลือกให้ แบงคอก แมทชิ่ง ช่วยคุณ   - กลุ่มสมาชิกหาคู่ของแบงคอก แมทชิ่ง   - ใบสมัครใช้บริการจัดหาคู่   - บริการของเรา   - บริการจัดหาคู่ระดับไฮเอนด์ เพื่อความสัมพันธ์จริงจัง และการแต่งงาน   - บริการปรับลุค และ ให้คำปรึกษาด้านการออกเดท   - หนังสือสอนการหาคู่ การออกเดทของเรา   - ติดต่อเรา   - แบงคอก แมทชิ่ง ในสื่อต่างๆ   - เกี่ยวกับเรา   - แผนผังเว็บไซต์   - Facebook Fanpage   - Twitter   - Instagram   - Youtube   -   -   - Blog   - คำแนะนำการหาคู่   - ข่าวสาร & โปรโมชั่น   - สื่อกับเรา   - หนังสือสอนหาคู่ของเรา   - ลูกค้าหาคู่สำเร็จ   - รีวิวจากลูกค้า   - บอร์ดประกาศหาคู่   - โครงการแบ่งปันให้สังคมไทย   - จัดหาคู่กับพันทิป   - นโยบายการรักษาข้อมูล   - เงื่อนไขการใช้   - หาคู่   - หาคู่ต่างชาติ   - บริษัทจัดหาคู่   - เว็บหาคู่   - Thai dating   - Bangkok dating   - บริการหาคู่   - บริษัทหาคู่   - บริการจัดหาคู่   - จัดหาคู่   - หาเพื่อน   - หาแฟน   - หาแฟนต่างชาติ   - แม่สื่อ   - online dating   - thailand dating   - dating service   - matchmaking service
TOP